ชี้กรุงเทพ กระทบหนัก ภัยแผ่นดินทรุด เฉลี่ยปีละ 3 ซม. ผลระดับน้ำทะเล และการก่อสร้าง
จากเหตุการณ์ที่ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกประสบกับปัญหา การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การพัฒนาอุตสาหกรรม ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ทำให้ปัจจุบันนี้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเฉลี่ย1-1.5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ภูเขาน้ำแข็งขั้วโลกละลายลงจำนวนมาก ภาวะเช่นนี้ ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น ประเทศ หรือพื้นที่ที่อยู่ติดฝั่งทะเลก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย นั่นคือ ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้น
นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยกับ มติชนออนไลน์ ว่า ปรากฏการณ์นี้ ส่งผลกระทบกับประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่มีพื้นที่ติดอ่าวไทย ซึ่งน้ำทะเลสูงขึ้นทุกปี
“ยังไม่พอ เรายังต้องเจอกับภาวะแผ่นดินทรุดอีก สำหรับพื้นที่ที่อยู่ติด หรือใกล้ทะเล ซึ่งทั้งระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และการเกิดแผ่นดินทรุด ทั้ง 2 ปรากฏการณ์รวมกันนี้ เฉลี่ย ปีละ 1-3 เซนติเมตร 10 ปีก็ทรุด 10-30 เซนติเมตร โดยพื้นที่ที่อยู่ใกล้ทะเลจะมีความทรุดมากกว่าพื้นที่ด้านนอก สำหรับพื้นที่กรุงเทพนั้น มีการตรวจวัด ที่ ที่ทรุดมากที่สุด คือ ปีละประมาณ 2-3 เซนติเมตร คือ บริเวณรามคำแหง”นายพิชิต กล่าว
อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า พื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑลนั้น เป็นพื้นที่ดินเหนียว มีความหนาประมาณ 20-30 เมตร โครงสร้างนี้ พิเศษคือ เป็นดินดอน ไม่มีโพรง แต่การก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น ต้องมีความแข็งแรงมากพอ เพื่อรองรับการสั่นไหว ซึ่งดินในกรุงเทพนั้น สามารถรับการสั่นไหวของแผ่นกินไหวได้ถึง 7 แมกนีจูด เพราะไม่มีรอยเลื่อนขนาดใหญ่
“การเกิด หลุมยุบ หรือแผ่นดินทรุดในกรุงเทพและปริมณฑลนั้น ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างทางธรณีวิทยา แต่เกิดเพราะเรื่องอื่นๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ใต้ดิน เช่น ท่อประปา ท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ หากท่อเหล่านี้ เกิดแตก มีน้ำซึมออกมา ดินเหนียวเมื่อเจอน้ำก็จะเกิดความชื้นมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นเลน ยิ่งมีแรงกระแทก แรงกด จากรถหนักๆที่วิ่งไป วิ่งมาทำให้ดินเป็นโพรง และดินเหนียวที่เป็นเลนก็จะไหลเข้าไปในโพรง พื้นที่ข้างบน ไม่ว่าจะเป็นถนนคอนกกรีต หรือถนนลาดยางก็จะทรุดตัวลงได้ตลอด” นายพิชิต กล่าว

ส่วนเหตุการณ์ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรนั้น คิดว่าครบองค์ประกอบที่ทำให้เกิดเป็นหลุมยุบ เพราะท่อประปาขนาดใหญ่ที่แตก ที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่ยังสร้างไม่เสร็จและเป็นโพรง บวกกับแรงกดทับจากรถที่วิ่งไปมา ซึ่งอย่าลืมว่า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็ใหญ่ขนาดห้างสรรพสินค้าห้างหนึ่ง สามารถทำให้เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ได้
อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ที่อื่นๆของกรุงเทพและปริมณฑล ก็เช่นเดียวกัน เกิดขึ้นด้วยหลักการเดียวกัน ทั้งที่เกิดที่ แจ้งวัฒนะ หรือที่ถนนพระราม3 เมื่อช่วง เดือนมิถุนายน และกรกฎาคม
ยืนยันว่า ด้วยโครงสร้างทางธรณีวิทยา ความเป็นดินเหนียวที่ความหนา 20-30 เมตร ของกรุงเทพนั้น ไม่สามารถทรุดตัวลงได้เอง แต่โครงสร้างการก่อสร้างใต้ดิน ที่เรามองไม่เห็น โดยเฉพาะท่อน้ำ การที่สิ่งเหล่านั้นเสียหาย มีน้ำซึมออกมาโดยไม่มีการตรวจสอบ และคนทั่วไปก็มองไม่เห็น
เมื่อถึงจุดหนึ่ง จะเกิดเป็นหลุมยุบแบบที่เกิดขึ้นที่หน้ารพ.วชิระได้อีก


