กรมอนามัยหนุนชุดสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้ นพ.ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย น.ส.ภิญญาพัชญ์ จุลสุข ผู้อำนวยการกองอนามัยฉุกเฉิน กรมอนามัย นพ.ประสาน ชัยวิรัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี และทีม SEhRT กองอนามัยฉุกเฉิน กรมอนามัย และศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น สนับสนุนด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา

นพ.ธิติ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยหลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบและอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายอำเภอ การปฏิบัติภารกิจของกรมอนามัยในครั้งนี้ ได้มอบหมายทีม SEhRT ส่วนกลางกรมอนามัย และศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อสื่อสารให้ความรู้และคำแนะนำแก่ อสม. ในการดูแลจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงคุณภาพน้ำใช้ การใช้ส้วมฉุกเฉิน เพื่อนำไปสื่อสารกับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ใน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งมอบชุดบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ประสบภัย อาทิ ยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ยารักษาโรค ชุด V-Clean สำหรับดูแลการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ชุด sanitation ดูแลสุขอนามัย ชุดแปรงสีฟัน น้ำยาล้างมือ และ EM น้ำ ลดการเน่าเสียของน้ำท่วมขัง

รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านที่อยู่ในพื้นที่ระดับน้ำท่วมสูง อาจส่งผลให้ส้วมใช้งานไม่ได้ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดเชื้อที่มาจากน้ำที่เน่าเสียสกปรกหรือปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล กรมอนามัยจึงแนะนำส้วมฉุกเฉิน อาจใช้เป็นส้วมกระดาษแทนได้ เพราะมีความสะดวกใช้งานง่าย โดยขับถ่ายลงในถุงพลาสติกหรือถุงดำ ใช้ปูนขาวโรย 2 ช้อนโต๊ะ ปรับสภาพความเป็นกรดด่าง จากนั้นมัดปากถุงให้แน่น แล้วรวบรวมส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป และขอให้ประชาชนหมั่นดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเอง โดยล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์
ทำความสะอาดมือทุกครั้งหลังจากใช้ส้วม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้

“ทั้งนี้ ในช่วงเวลานี้ระดับน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชน
ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดูแลสุขภาพตนเองและสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ หรือลงในจุดที่น้ำท่วมสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย และเสียชีวิต ดังนั้น ผู้ดูแลกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เด็กเล็กไม่ควรปล่อยให้เล่นใกล้บริเวณน้ำท่วม หากน้ำไหลหลาก น้ำท่วมเฉียบพลัน ไม่ควรเดินลุยน้ำ และขับรถฝ่าน้ำท่วม อาจถูกกระแสน้ำพัดพา จนจมน้ำและเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ควรระมัดระวังสัตว์มีพิษกัดต่อย ควรถอดปลั๊กไฟต่าง ๆ ภายในบ้านบริเวณที่จมน้ำ และตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วซึมหรือลัดวงจร ป้องกันลดความเสี่ยงสุขภาพประชาชน” นพ.ธิติ กล่าว



