ดีเดย์ 1 ต.ค. ผู้ลี้ภัยเมียนมา 4 หมื่นคน ทำงานนอกที่พักพิงได้ 1 ปี เปิดขั้นตอนนายจ้างยื่นคำขอ

30.09.25 | 17:54 น.

เริ่มพรุ่งนี้! เปิดทางผู้หนีภัยเมียนมา 4.2 หมื่นคน ออกนอกที่พักพิงฯ ทำงานได้ 1 ปี ก.แรงงาน หนุนแก้ขาดแคลน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่กระทรวงแรงงาน นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยถึงการบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มี มติเห็นชอบอนุญาตให้ผู้หนีภัยจากเมียนมาที่อยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ออกมาทำงานนอกพื้นที่พักพิงฯได้ไม่เกิน 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ (1 ตุลาคม 2568)


ซึ่งมาตรการดังกล่าว ดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทย ในการทำทะเบียนประวัติและการอนุญาตออกนอกพื้นที่ และกระทรวงแรงงานดำเนินการออก “ใบอนุญาตทำงาน” (Work permit) และการบริหารจัดการคนต่างด้าว

นายพิเชษฐ์กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการจ้างงานกลุ่มงานคนต่างด้าวผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมา ที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว จำนวน 9 แห่งใน 4 จังหวัด แบ่งออกเป็น 1.บ้านแม่สุริน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2.บ้านใหม่ในสอย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3.บ้านแม่ละอูน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 4.บ้านแม่ลามาหลวง อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 5.บ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 6.บ้านนุโพ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก 7.บ้านอุ้มเปี้ยม อำเภอพบพระ จังหวัดตาก 8.บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และ 9.บ้านต้นยาง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

สำหรับคนต่างด้าว มีสิทธิออกไปทำงานกับนายจ้างได้เฉพาะตามพื้นที่ที่กรมการปกครองกำหนด ดังนี้ 1.ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี 2.ภาคกลาง จำนวน 18 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชัยนาท นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง และ 3.ภาคตะวันออก จำนวน 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว

Advertisement

“จากการสำรวจ มีผู้หนีภัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวฯ ทั้ง 9 แห่ง ซึ่งเป็นวัยแรงงานที่พร้อมทำงาน (อายุ 18-59 ปี) จำนวน 42,601 คน ซึ่งมีทั้งแรงงานไร้ฝีมือ กึ่งมีฝีมือ และมีฝีมืออยู่ โดยมีความต้องการจากนายจ้างจำนวน 6,152 คน และมีแรงงานอยู่ในที่พักพิงฯ ที่ประสงค์พร้อมทำงานจำนวน 12,000 คน ซึ่งจะนำร่องแรงงานไร้ฝีมือในการทำงานก่อนเพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน” นายพิเชษฐ์กล่าว

สำหรับ ขั้นตอนการดำเนินการ มีอยู่ด้วยกัน 6 ขั้นตอน คือ 1.ผู้ที่ประสงค์จ้างงาน (นายจ้าง) ไปคัดเลือกคนต่างด้าวในพื้นที่พักพิงฯ สำรวจถามถึงความประสงค์ที่จะทำงานของคนต่างด้าว

2.แจ้งรายชื่อคนต่างด้าว พร้อมสถานที่ทำงาน และระยะเวลาที่จะจ้างงานคนต่างด้าว ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) ซึ่งพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

3.ยื่นคำขอออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมเพื่อไปทำงาน ต่อนายอำเภอหรือปลัดอำเภอที่ได้รับมอบหมายในเขตท้องที่ที่ผู้ขออนุญาตพำนักอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุม พร้อมใบรับแจ้งข้อมูลคนต่างด้าว ที่ประสงค์จะออกไปทำงานนอกเขตควบคุม

4.เมื่อผู้ที่ประสงค์จะจ้างคนต่างด้าวนำคนต่างด้าวเดินทางไปถึงสถานที่ทำงาน ให้ดำเนินการนำคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกพื้นที่ควบคุมไปรายงานตัวต่อผู้มีอำนาจภายใน 48 ชั่วโมง แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร ให้รายงานตัวต่อผู้อำนวยการสำนักกิจการมั่นคงภายใน กรมการปกครอง ส่วนจังหวัดอื่น ให้รายงานตัวต่อนายอำเภอแห่งท้องที่ที่ไปพักอาศัยอยู่ใน 43 จังหวัดยกเว้นภาคอีสานและภาคใต้

5.ขอรับการตรวจโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน ณ สถานพยาบาลของรัฐ และทำประกันสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวที่มีอายุความคุ้มครองไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่จะขออนุญาตทำงาน

ขั้นตอนที่ 6.นำคนต่างด้าวขออนุญาตทำงาน ณ สจจ. ที่สถานที่ทำงานตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ได้ไม่เกิน 1 ปี โดยนายจ้างนำคนต่างด้าวไปดำเนินการ ยื่นคำขอใบอนุญาตทำงาน (work permit) รวมทั้งเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม 100 บาทในการยื่นครั้งแรก ส่วนครั้งถัดไปจะมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานปีละ 900 บาท และค่ายื่นคำขอฯ 100 บาท หลังจากนั้น คนต่างด้าวสามารถทำงานได้ทุกประเภทงาน ยกเว้นงานต้องห้ามหรืองานสงวน

“สำหรับประเภทกิจการที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุดคือภาคก่อสร้าง รองลงมาคือ ภาคผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยในที่พักพิงฯอาจจะมีการแบ่งคนต่างด้าวตามทักษะฝีมืออยู่แล้ว ประกอบกับคนต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่พักพิงฯ ก็อาจจะมีความคุ้นเคยทางด้านภาษา สามารถสื่อสารได้” อธิบดีกรมการจัดหางานกล่าว

อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวอีกว่า นับเป็นครั้งแรกที่มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบเมียนมาได้ออกมาทำงานนอกพื้นที่ได้ไม่เกิน 1 ปี เพื่อทดแทนการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งนับเป็นการดำเนินงานของกรมการจัดหางานตามนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการจัดการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในไทย