หมอหัวใจ ชี้ ทำไมนักกีฬา-คนออกกำลังกาย ยังเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ

1.10.25 | 15:49 น.

หมอหัวใจ ชี้ ทำไมนักกีฬา-คนออกกำลังกาย ยังเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ

วันที่ 1 กันยายน เฟซบุ๊ก ฟิตร่าง สร้างสุขภาพกับหมอฆนัท โดย นพ.ฆนัทครุธกูล อายุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคหัวใจ โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ ทำไมนักกีฬา-คนออกกำลังกาย ยังตายด้วยโรคหัวใจ? โดยระบุว่า

เพิ่งผ่านวันหัวใจโลก 29 กันยายน มาหมาดๆ ก็มีคนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมยังเห็นนักกีฬาหรือคนออกกำลังกายหนักๆ เป็นโรคหัวใจ หรือเสียชีวิตจากสภาวะบกพร่องของหัวใจอยู่มาก ทั้งๆ ที่ก็น่าจะหัวใจแข็งแรงกว่าคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย

หมอขออธิบายเป็นข้อๆ แบบนี้ครับ ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจก่อนว่า การออกกำลังกายเป็นเพียงการลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจ หรือเสียชีวิตจากโรคหัวใจครับ ไม่ได้เป็นการปิดโอกาสที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

ความเข้าใจผิดส่วนใหญ่เกิดจากการคิดว่า ร่างกายที่ผอมเพรียว มีกำลังวังชามาก และมีความฟิตสูง เท่ากับมีสุขภาพหัวใจที่สมบูรณ์แบบ

Advertisement

ทั้งที่จริงแล้ว หัวใจยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยซับซ้อนหลายอย่าง ทั้งพันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ โรคหรือภาวะที่แฝงอยู่ และบางครั้งแม้แต่การฝึกซ้อมที่หนักเกินไปก็มีผลได้เช่นกัน นอกจากนี้ ภายนอกที่ดูสุขภาพดี อาจปกปิดปัญหาที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในโดยที่เราไม่รู้ตัว

นพ.ฆนัท ระบุว่า หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้นักกีฬามีความเสี่ยง คือ การมีโรคหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดจากพันธุกรรมโดยที่ยังไม่ถูกตรวจพบ โรคเหล่านี้ได้แก่ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ (Hypertrophic Cardiomyopathy), ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวาผิดปกติที่ส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ (Arrhythmogenic Right Ventricular Cardiomyopathy) หรือ ความผิดปกติแต่กำเนิดของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมักถูกมองข้ามไปจนกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น

สำหรับหลายคน โรคเหล่านี้อาจไม่แสดงอาการระหว่างทำกิจกรรมปกติ แต่เมื่อหัวใจถูกใช้งานหนักเกินขีดจำกัดในระหว่างการออกกำลังอย่างเข้มข้น ก็อาจกลายเป็นอันตรายได้

นอกจากนี้ การออกกำลังกายเกินพอดีก็เป็นสาเหตุหนึ่ง การออกกำลังกายในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นมิตรต่อหัวใจ แต่การฝึกอย่างหนักหรือเกินพอดีอาจทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดต้องทำงานหนักขึ้น ตัวอย่างเช่น นักกีฬาวิ่งระยะไกลอาจเกิดการเกิดแผลเป็นที่เนื้อเยื่อหัวใจจากการฝึกซ้อมอย่างหนักตลอดหลายปี

การเกิดแผลเป็นนี้อาจรบกวนการทำงานไฟฟ้าของหัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ การออกกำลังกายที่เข้มข้นยังทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น ซึ่งในบุคคลที่มีความเปราะบางโดยไม่รู้ตัว อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้

นพ.ฆนัท ระบุว่า ควรจำไว้ว่าทุกคนที่เป็นนักกีฬา หรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ไม่ได้มีวิถีชีวิตที่สมบูรณ์แบบและสุขภาพดีเสมอไป บางคนอาจใช้สารเพิ่มสมรรถภาพ ร่างกายเสริม หรือสารกระตุ้น ซึ่งสามารถเพิ่มความเครียดต่อหัวใจ บางคนอาจละเลยการพักผ่อน อาการเตือนแรก หรือฝึกหนักเกินไปโดยไม่ให้ร่างกายได้ฟื้นตัว การเลือกปฏิบัติเช่นนี้มักถูกซ่อนไว้เบื้องหลังภาพลักษณ์ความฟิตสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจได้

“ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งคือ แนวโน้มของนักกีฬาที่มักมองข้ามอาการ เช่น เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือเวียนศีรษะ และมักตีความว่าเป็นความเหนื่อยล้าหรือความเครียดจากการออกกำลังกาย การปฏิเสธอาการเหล่านี้อาจทำให้การวินิจฉัยและการรักษาล่าช้า ในความเป็นจริง แม้อาการเพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรถูกละเลย โดยเฉพาะในบุคคลที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือการเสียชีวิตกะทันหันจากหัวใจ”นพ.ฆนัท ระบุ

อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ ยังระบุอีกว่า การที่ออกมาเขียนบทความนี้ไม่ได้เป็นการไม่สนับสนุนให้ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬานะครับ แต่เป็นการชี้ให้เห็นว่าทุกอย่างต้องทำอยู่บนความพอดี สังเกตทำความเข้าใจร่างกายของตัวเองเสมอ อย่าละเลยสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจส่งผลเสียที่มากจนคาดไม่ถึงได้
ที่สำคัญหมั่นตรวจสุขภาพ พบแพทย์ ตามความเหมาะสมของสุขภาพนะครับ