กสร.แจง ‘แคล-คอมพ์’ เลิกจ้าง 1,450 ชีวิต เป็นไปตามกม. เร่งช่วยคุ้มครองสิทธิ-หางานรองรับ

1.10.25 | 16:33 น.

กสร.แจง ‘แคล-คอมพ์’ เลิกจ้าง 1,450 ชีวิต เป็นไปตามกม. เร่งช่วยคุ้มครองสิทธิ-หางานรองรับ

ตามที่มีข่าวว่า บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มีความจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานชาวต่างชาติ จำนวน 1,450 คน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไปนั้น

วันนี้ (1 ตุลาคม 2568) นายเกษมสันต์ เครือเจริญ ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว กสร.รับทราบเรื่องแล้ว โดยได้รับการประสานงานจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี ว่า ได้รับแจ้งจากทางสถานประกอบการ (บริษัท แคล-คอมพ์ฯ) ว่า จะมีการเลิกจ้างพนักงาน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ประกอบกับความผันผวนของอุปสงค์และจำนวนยอดคำสั่งซื้อ และด้วยบริษัทฯ มีแรงงานเกินความจำเป็นในบางสายการผลิต โดยบริษัทฯ มีพนักงานทั้งหมด 29,256 คน ซึ่งเฉพาะในสาขาเพชรบุรี มีพนักงานจำนวน 26,000 คน การเลิกจ้างจึงเป็นการปรับลดขนาดองค์กรให้เหมาะสม

“การเลิกจ้างครั้งนี้ บริษัทฯ ใช้วิธีคัดเลือกพนักงานที่มีอายุงานน้อย ระหว่าง 1-3 เดือน ซึ่งเป็นแรงงานต่างชาติ คือ สัญชาติเมียนมาประมาณ 1,450 คน และได้หารือร่วมมายังสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยลูกจ้างจะได้รับค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย” นายเกษมสันต์ กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ นายเกษมสันต์ กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี จะต้องได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน โดยบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามสิทธิที่กำหนด พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม อาทิ ค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท ค่าเดินทาง 300 บาท และเงินช่วยเหลือพิเศษเท่ากับค่าจ้าง 30 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ

“ในการชดเชยการถูกเลิกจ้างจะต้องดูองค์ประกอบ ทั้งการชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเมื่อดูจากข้อเท็จจริงและเงื่อนไขแล้ว สามารถวิเคราะห์ได้เบื้องต้นว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกัน ยังได้พิจารณาถึงความเดือดร้อนของลูกจ้าง ซึ่งเป็นความช่วยเหลือที่สถานประกอบการได้ให้ความดูแลลูกจ้างเพื่อลดผลกระทบ” นายเกษมสันต์ กล่าว

นายเกษมสันต์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับพนักงานชาวต่างชาติ สัญชาติเมียนมาที่ถูกเลิกจ้างครั้งนี้ เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของกรมการจัดหางาน (กกจ.) ดังนั้น ในส่วนของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีหลักในการคุ้มครองแรงงานด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติกับลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย โดยยืนยันได้ว่า แรงงานข้ามชาติที่ทำงานในไทยสามารถได้รับความคุ้มครองและการดูแลเช่นเดียวกับคนไทย

“ทาง กสร. ได้ประสานไปยังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ไม่ว่าจะเป็น กกจ. เพื่อประสานหาสถานที่ทำงานใหม่ให้กับกลุ่มลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งก็ได้มีการบรรจุงานเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทั้ง 1,450 คน โดยในวันนี้ ก็ได้มีการประสานไปยังสถานประกอบการอื่นๆ ที่มีความประสงค์จ้างงานกลุ่มนี้เพิ่มเติมอีกด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือบูรณาการในการดูแลลูกจ้าง” นายเกษมสันต์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ หากแรงงานที่ถูกเลิกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีข้อสงสัยด้านสิทธิและสวัสดิการ สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด โทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3 และเพจเฟซบุ๊ก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน