เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ร่อนหนังสือถึง ‘พัฒนา’ วอนดึงกฎหมายสมัย ‘อนุทิน’ มาใช้ พร้อมนัดเข้าพบ 8 ต.ค.นี้

2.10.25 | 14:37 น.

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพงศ์ธร ตั้งบวรไพศาล ผู้ประสานงานเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย เป็นผู้แทนเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ขอหารือกรณีกฎหมายว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (กัญชา) โดยเนื้อความในหนังสือระบุว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (กัญชา) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน โดยแก้ไขสาระสำคัญจากประกาศกระทรวงฉบับเดิมคือ ประกาศกระทรวงสมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2565 ซึ่งลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ทั้งนี้ประกาศกระทรวงฉบับใหม่ที่ลงนามโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ก่อผลกระทบต่อผู้ขออนุญาตร้านกัญชา และลดทอนมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นมาตรการกีดกันเอื้อประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่ม โดยมีรายละเอียดดังนี้

สถานการณ์ตอนนี้มีกฎหมายที่บังคับกัญชา 3 ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงสมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2568 ลงนามโดยรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ประกาศกรมแพทย์แผนไทยว่าด้วยมาตรฐานการปลูกกัญชา และ กฎกระทรวงว่าด้วยร้านจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (เสนอเข้า ครม.แต่ยังไม่ผ่านมติ ครม.)

ปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายทั้ง 3 ฉบับ ประกาศกระทรวงของ รมต.สมศักดิ์ เทพสุทิน นั้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้รับใบอนุญาตเปิดร้านขายอย่างมาก เนื่องจากมีกติกาว่าดอกกัญชาที่เข้าสู่ระบบการจำหน่ายจะต้องผ่านมาตรฐาน ซึ่งเป็นมาตรการที่กำหนดบังคับใช้ทันที ทำให้ผู้ประกอบการไม่มีเวลาปรับตัว ก่อเกิดความเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้มีข้อบังคับว่าคนที่ซื้อกัญชาจากร้านได้จะต้องมีใบสั่งแพทย์ ซึ่งกติกาข้อนี้ดูเหมือนว่าจะทำให้การใช้กัญชาเป็นการแพทย์ แต่ในความเป็นจริงกลไกนี้ไม่ได้สนองเป้าหมาย เพราะไม่มีใครอยากถูกบันทึกว่าป่วย เท่ากับเป็นการผลักคนใช้กัญชาให้ไปสร้างระบบใหม่กันเองคือใต้ดิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลไกที่ออกมาเป็นการผลักคนออกจากระบบ แทนที่จะนำคนใช้กัญชาเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐในการใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อศึกษาวิจัยหรือใช้ประโยชน์อื่นใดต่อไป

ประกาศของ รมต.สมศักดิ์ เทพสุทินตัดการคุ้มครองบุคคลออกไปจากประกาศกระทรวง ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถซื้อหากัญชาได้โดยสะดวก ขอแค่มีใบแพทย์ซึ่งตอนนี้สามารถซื้อหาได้โดยทั่วไป ทำให้กลไกการควบคุมทางสังคมอ่อนแอลง เพราะเมื่อมีใครเห็นเด็กเข้าร้านกัญชาก็ไม่สามารถแจ้งได้ เพราะกติกาใหม่อนุญาตให้ทุกคนซื้อกัญชาได้ขอแค่มีใบแพทย์ ในส่วนของกติกามาตรฐานการปลูกนั้น กรมแพทย์แผนไทยออกมาตรฐานซ้ำซ้อน เช่น เมื่อขอมาตรฐานการปลูกตามที่กำหนดได้แล้ว ยังต้องนำดอกกัญชาไปตรวจอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นการซ้ำซ้อน เป็นภาระ เป็นกลไกการกีดกัน เพราะมาตรฐานการปลูกพืชที่กรมกองของรัฐได้กำหนดมานั้นย่อมผ่านการพิสูจน์ ศึกษาวิจัยมาแล้ว และดอกกัญชานั้นมาจาก ดิน น้ำ ลำต้น ที่เกิดจากการปลูกตามาตรฐานนั้นอยู่แล้ว

ประเด็นร้านขายกัญชานั้นเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะกฎกระทรวงที่เสนอไปยัง ครม.นั้นกำหนดให้ร้านขายกัญชาเป็นสถานพยาบาล ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล ซึ่งเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยมองว่าเป็นมาตรการที่เกินเลยจากข้อเท็จจริง เพราะ พ.ร.บ.สถานพยาบาล มีขึ้นเพื่อจัดการสถานที่ในการรักษาคน ไม่ได้เป็นกฎหมายเพื่อรองรับการเกิดร้านขายกัญชา ในขณะที่ พ.ร.บ.การแพทย์แผนไทย ให้อำนาจในการกำหนดรูปแบบร้านขายสมุนไพรควบคุมอยู่แล้ว จึงควรใช้โอกาสนี้ในการสรุปบทเรียนที่ผ่านมาและร่วมกันออกแบบรูปแบบร้านขายกัญชาที่มีมาตรฐานปลอดภัยสำหรับประชาชน

Advertisement

เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยมีข้อเสนอเพื่อการแก้ปัญหา การจัดระบบกัญชาที่ถูกต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงดังนี้
1.แก้ประกาศกระทรวงของ รมต.สมศักดิ์ เทพสุทิน โดยการนำ มาตรการคุ้มครองบุคคลในประกาศกระทรวงฉบับ รมต.อนุทิน กลับมาบังคับใช้ และแก้ไขให้ผู้ซื้อกัญชาในร้านแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 ผู้ป่วยต้องมีใบแพทย์เพื่อการจ่ายกัญชาตรงตามอาการป่วย ประเภทที่ 2 ผู้ใช้ ให้ออกเป็นบัตรผู้ใช้กัญชาเพื่อสุขภาพ มีอายุบัตร1ปี

2.แก้ประกาศกรมการแพทย์แผนไทยเรื่องมาตรฐานการปลูก โดยสาระสำคัญคือ เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้รับมาตรฐานการปลูกอย่างหนึ่งอย่างใดที่กรมกำหนดแล้ว ไม่ต้องนำดอกกัญชาไปตรวจวิเคราะห์อีก แต่หากผู้รับใบอนุญาตใดไม่มีใบมาตรฐานการปลูก เมื่อนำดอกกัญชาเข้าสู่ระบบจำหน่ายจะต้องนำดอกกัญชาไปผ่านกระบวนการตรวจดอกก่อน

3.แก้กฎกระทรวงว่า โดยยกเลิกรูปแบบที่ระบุว่าให้ร้านขายกัญชาเป็นสถานพยาบาล ด้วยรูปแบบร้านจำหน่ายสมุนไพรควบคุมให้ตรงกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การแพทย์แผนไทยว่าด้วยหมวดสมุนไพรควบคุม

4.ในส่วนของ พ.ร.บ.กัญชา ขอให้มีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชา ของกระทรวงสาธารณสุขเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติและส่งร่างสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อขอหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อหาทางออกคลี่คลายเรื่องกัญชาที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมานานในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ.กระทรวงสาธารณสุข

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

(นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล)
เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย