เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่โรงพยาบาลบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข
นายพัฒนา กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงกว่า 1.4 ล้านคนเป็นอย่างมาก ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มีโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ 20 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 149 แห่ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ่งก่อสร้างและวัสดุ 148.3 ล้านบาท สำหรับการช่วยเหลือประชาชน ได้จัดทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข ทีมสุขภาพจิต ทีมควบคุมโรค และทีมอนามัยสิ่งแวดล้อม รวม 198 ทีม หมุนเวียนดูแลประชาชนในศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่อง และยังเตรียมทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขจิตอาสาไว้อีก 1,987 คน พร้อมลงพื้นที่ทันทีหากได้รับการร้องขอ
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อยู่ในภาวะฉุกเฉินระดับ 1 ตื่นตัว (Alert Mode) ส่วนตราด จันทบุรี สระแก้ว อยู่ในภาวะปกติ ติดตามเฝ้าระวัง (Watch Mode) การลงพื้นที่ 2 แห่งในวันนี้ นอกจากติดตามการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรองรับหากเกิดสถานการณ์ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมันให้กับประชาชนด้วย โดยหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้จัดทำแผนรองรับการจัดการภาวะฉุกเฉินไว้แล้ว ทั้งระบบการจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกัน การบริหารจัดการศูนย์อพยพ อาทิ การดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต การป้องกันควบคุมโรค สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ภาพรวมมีการเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวใน 7 จังหวัดไว้ 683 แห่ง รองรับได้ 405,722 คน ขณะนี้เปิดศูนย์ฯ แล้ว 7 แห่ง ที่อุบลราชธานี 2 แห่ง สุรินทร์ 5 แห่ง มีผู้เข้าพักประมาณ 800 คน

ด้าน นายวรโชติ กล่าวว่า โรงพยาบาลบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นจุดที่เคยได้รับผลกระทบ มีการเตรียมพร้อมรับมือตามแผนที่วางไว้ ทั้งการอพยพผู้ป่วย กลุ่มสีแดง สีเหลือง สีเขียว การเตรียมศูนย์พักพิง 2 แห่ง ที่สนาม BRIC รองรับคนได้ประมาณ 80,000 ราย และที่ศูนย์ฟื้นฟู รองรับคนได้ประมาณ 1,500 ราย รวมทั้งเตรียมทีมปฏิบัติการภาคสนาม สำรองยา/เวชภัณฑ์/กำลังคน ส่วนที่จังหวัดสุรินทร์ ได้เตรียมพร้อมรองรับภัยจากการสู้รบไว้เช่นกัน มีการวางระบบลงทะเบียนศูนย์พักพิง เชื่อมโยงข้อมูลด้านการรักษา ติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Realtime) และจัดทำระบบสำรองข้อมูลทางไกล (REMOTE CLOUD BACKUP) เพื่อสำรองข้อมูลสุขภาพของโรงพยาบาล 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพนมดงรักฯ โรงพยาบาลกาบเชิง โรงพยาบาลสังขะ โรงพยาบาลบัวเชด และโรงพยาบาลปราสาท รวมถึงเตรียมพร้อมเรื่องความปลอดภัย โดยปรับปรุงและก่อสร้างบังเกอร์ (Bunker) เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน จากกรมควบคุมโรค และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 เพื่อใช้ในภารกิจป้องกันควบคุมโรคด้วย


