รื้อ สน.สามเสน ใช้เงิน 40 ล้าน ชัชชาติ ชี้ ซ่อมแพงกว่าสร้างใหม่ เลื่อนเปิดผิวจราจรไม่มีกำหนด

4.10.25 | 13:20 น.

รื้อ สน.สามเสน เสียหาย 40 ล้าน ชัชชาติ ชี้ ซ่อมแพงกว่าสร้างใหม่ เลื่อนเปิดผิวจราจรไม่มีกำหนด

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงการณ์กรณีรื้ออาคาร สน.สามเสน ว่า หลังจากเมื่อวานนี้ นายกฯได้มาเยี่ยมตอนประมาณสี่ทุ่ม โดยมีข้อสั่งการให้ดูเรื่องสถานีตำรวจให้ดี เพราะมีการทรุดตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อเช้าก็มีการประชุมโดยเป็นคณะกรรมการที่ตั้งมาเสริม เป็นกลุ่มที่มีคณะทำงานด้านเทคนิคทั้งทางตำรวจ รฟม. กรมโยธาฯ และ กทม. รวมไปถึงผู้รับเหมาประชุมร่วมกัน โดยที่ผ่านมาเรามีการถมทรายเข้าไปประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตร และพยายามทำเข็มเพิ่มเติมตรงเสาเข็มที่ขาด แต่พบว่ามีบางส่วนที่มีรอยร้าวและมีดินสไลด์ โดยเสาต้นที่ 3 ของสถานีตำรวจมีการชำรุดเสียหายเพิ่มเติม ทำให้เราเริ่มประเมินสถานการณ์กันใหม่ ซึ่งเมื่อเช้าประเมินจากฝ่ายเทคนิค คิดว่า ถ้าเราไม่รื้อถอนตอนนี้จะมีอุปสรรคในการเอาดินกลับคืน และมีความเสี่ยงที่ตึกอาจจะถล่มลงมาระหว่างการแก้ไขได้ ซึ่งตำรวจก็ไม่ขัดข้อง ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดทาง รฟม. และผู้รับเหมาจะเป็นผู้รับผิดชอบ รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

โดยมีการสั่งการ 6 ประเด็น คือ 1.ให้นำรถออกจาก สน.สามเสน รวมประมาณ 30 คัน และเริ่มเจาะกำแพงด้านหลังอาคาร 2.เริ่มรื้อถอนอาคารบางส่วน โดยจะเริ่มส่วนขวาสุดที่เป็นจุดเสี่ยงเพื่อลดน้ำหนัก 3.เสริมความมั่นคงด้านฝั่งสามเสนที่ติดกับแยกวชิระ เพื่อไม่ให้ดินสไลด์ตัวเพิ่ม 4.เสริมความแข็งแรงของอุโมงค์ใต้ดินด้านล่าง 5.ติดตามประเมินความมั่นคงของแฟลตตำรวจ 6.ติดตามความมั่นคงของอาคาร รพ.วชิระ สามารถเริ่มได้เลยตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้

ส่วนกำหนดการแล้วเสร็จอาจจะคลาดเคลื่อน โดยยังไม่ได้ระบุวันเวลา พร้อมเน้นว่าจะต้องยึดความปลอดภัยเป็นหลัก รวมทั้งจะต้องขยายเวลาในการเปิดผิวจราจร จากเดิมวันที่ 9 ต.ค. ออกไปอย่างไม่มีกำหนด และต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งการจราจรก็ไม่ได้วิกฤตมากเนื่องจากอยู่ในช่วงโรงเรียนปิดเทอมอยู่

นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับสาเหตุในการรื้อครั้งนี้ เป็นเพราะเริ่มแรกที่หลุมยุบทำให้ดินสไลด์ส่งผลให้เสาต้นที่ 5 ของ สน.ชำรุด ซึ่งเป็นเสาหลักในการรับน้ำหนัก และดินสไลด์ ทำให้มีความเสียหายต่อเนื่องเพิ่มเติมมายังเสาที่ 3 ซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่คนงานนำเครื่องจักรไปถมทรายบริเวณใต้ สน.

Advertisement

ทั้งนี้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีมติสั่งรื้อตั้งแต่ข้างบนบางส่วนลงมาก่อน เพื่อให้ลดน้ำหนักของอาคาร โดยวิธีการรื้อถอนจะแยกเป็นชิ้นๆ ใส่รถ และขนออกไปยังพื้นที่ที่เตรียมไว้ ไม่มีการเก็บวัสดุไว้ในพื้นที่เด็ดขาด เพื่อความปลอดภัย แต่ตามหลักวิศวกรรมแล้ว ในอนาคตมีโอกาสที่จะรื้อทั้งอาคาร เพราะตามอาคารนี้ถือเป็นอาคารใหม่ ความเสียหายที่บิดเบี้ยว ไม่สามารถใช้งานต่อได้ ซึ่งงบประมาณในการซ่อม อาจจะมากกว่าที่ต้องสร้างใหม่

ส่วนอาคารอื่นๆ โดยรอบ พบว่าตอนนี้มีความปลอดภัย อย่างกรณีแฟลตตำรวจเก่าที่อยู่ด้านหลัง จากการตรวจสอบมีความปลอดภัย รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่เป็นอาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะ รพ.วชิระ ไม่มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่วันแรก เนื่องจากมีอุปกรณ์ในการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาคารพานิชย์และแฟลตที่พัก รวมทั้งอุโมงค์ใต้ดินจะต้องมีการมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลา สำหรับหน้างานในเวลานี้ แม้จะมีฝนตกหนักลงมา ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้รองรับเพียงพอต่อการระบายน้ำ

นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ในเรื่องของข้อสรุปถึงสาเหตุความเสียหาย ยังไม่สามารถประเมินได้ หรือยังไม่มีมติใดๆ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งกู้สภาพผิวจราจร รวมถึงอาคารรอบข้างก่อน เพื่อไม่ให้ขยายวงกว้างไปกว่านี้