นักวิจัยช็อก เจอซาก สรณ์สืบ เสือวัยรุ่นลูกชายแม่อภิญญา ขาติดแร้วดักสัตว์นอนตายเดียวดายในป่าห้วยขาแข้ง

7.10.25 | 15:10 น.

นักวิจัยช็อก เจอซาก สรณ์สืบ เสือวัยรุ่นลูกชายแม่อภิญญา-พ่อพงษ์ ขาติดแร้วดักสัตว์นอนตายเดียวดายในป่าห้วยขาแข้ง

วันที่ 7 ตุลาคม ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช เปิดเผยว่า ระหว่างที่ทีมวิจัยเสือโคร่ง ออกติดตาม การใช้ชีวิตของบรรดาเสือที่ติดเครื่องหมายดาวเทียม หรือคอลลา ปรากฏได้พบภาพที่ไม่มีใครอยากเห็น นั่นคือ ซากของเสือโคร่ง สอนสืบ ลูกชายคลอกแรก ของแม่เสืออภิญญากับพ่อเสือพงศกร ที่เพิ่งตายไปก่อนหน้านี้ไม่นาน

“ภาพที่เห็นมันบาดตาทุกคน เพราะเป็นซากของเจ้าสรณ์สืบ เสือวัยรุ่นที่เราติดตาม และเขียนเรื่องราวผ่าน ทางเว็บเพจให้แฟนคลับเสือในป่าห้วยขาแข้งให้รัลทราบตลอด ที่เราไม่คิดคือ สอนสืบตายเพราะติดบ่วงแร้ว ที่คาดว่า มีคนลักลอบเอาไปวางเพื่อดัก เก้ง กวาง วัวแดง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้น ติดกับพื้นที่สวนป่าที่มีชาวบ้าน ทำมาหากินอยู่ เราสำรวจซากแล้ว สันนิษฐานว่า สอนสืบน่าจะตายหลายวันแล้ว เพราะก่อนหน้าที่สัญญาณจากคอลลา หายไป เพิ่งมาเจอวันนี้ ซากขาเพิ่มจะเน่าแล้ว”ดร.อัจฉรา กล่าว

หัวหน้ากลุ่มนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กล่าวว่า สรณ์สืบ เป็นเสือวัยรุ่น ที่กำลังคึกคะนอง เป็นความหวังในการกระจายพันธุ์ของเสือโคร่งในห้วยขาแข้ง เพราะผู้เป็นแม่ คือ อภิญญา เป็นแม่ที่เก่ง เลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่มีใครคิดว่า สรณ์สืบ จะมาจบชีวิตแบบนี้ ยอมรับว่า ตอนนี้ ตัวเอง และนักวิจัยที่ติดตามชีวิตของสอนสืบต่างมีความเศร้าใจอย่างมาก

Advertisement

การพลาดท่าให้กับดักครั้งนี้ของสรณ์สืบนั้น อาจเป็นเพราะบังเอิญแวะหาแหล่งน้ำในขณะที่เดินสัญจรเพื่อหาหลักแหล่ง โดยที่เจตนาเดิมของกับดักนั้นอาจมุ่งหมายเพียงแค่สัตว์กีบที่มีรอยตีนปรากฏตลอดเส้นทางด่านก่อนแยกลงลำห้วยก็เป็นได้ แต่ความโชคร้ายได้กลายเป็นของสรณ์สืบ

“จุดจบของสรณ์สืบครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งบทที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า การดำเนินชีวิตของเสือโคร่งวัยรุ่นเพศผู้เพื่อให้อยู่รอดจนถึงขั้นตั้งถิ่นฐานมีทายาทสืบสายพันธุ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพฤติกรรมการเดินทางลัดเลาะทางไกลที่ต้องข้ามไปมาระหว่างแนวเขตซึ่งแบ่งโดยมนุษย์นั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต ด้วยว่าพื้นที่ป่าแต่ละประเภทนั้นมีการดูแล จัดการ ตามวัตถุประสงค์และการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน จุดสุดท้ายของชีวิตสรณ์สืบอยู่ห่างจากพื้นที่ปลูกสร้างสวนป่า มีสภาพเป็นสวนป่าผสมไร่ข้าวโพด ในระยะขจัด 40 เมตรเท่านั้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคาดว่าจะมีบรรดาสัตว์ป่าน้อยใหญ่ออกมาหากินในไร่ข้าวโพดแห่งนี้ ทว่าจะเป็นปัญหา หรือ ไม่ใช่ปัญหา ก็คงแล้วแต่มุมมองและความคิดของผู้ที่มีโอกาสได้รู้เห็น”

ขอบคุณภาพ Mongkol Pitakmoo  (Art)