เครือข่ายสายเขียว หารือ สธ. ขอให้ใช้ประกาศคุม กัญชา ฉบับอนุทิน พร้อมดัน พ.ร.บ. ให้เข้าสภา

8.10.25 | 16:40 น.

เครือข่ายสายเขียว หารือ สธ. ขอให้ใช้ประกาศคุม กัญชา ฉบับอนุทิน พร้อมดัน พ.ร.บ. ให้เข้าสภา

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย พร้อมด้วย น.ส.ช่อขวัญ ช่อผกา ประธานเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย และผู้แทนเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย เข้าร่วมประชุมหารือกับ นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดสธ. เป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก

นายประสิทธิ์ชัย กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เครือข่ายต้องการให้กระทรวงฯ รับหลักการในการแก้ถอดถอนกฎหมายในยุคของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รมว.สาธารณสุข คือ

1.ยกเลิกประกาศกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เรื่องกำหนดแบบตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 และกลับมาใช้ประกาศกระทรวงฯ ฉบับเดิมสมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งเป็นรมว.สาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงฯ ปี 2565 ซึ่งครอบคลุมทั้งหมด มีการกำหนดอายุไม่ให้เด็กเข้าร้านกัญชา ส่วนมาตรการอื่นๆ ก็ไม่แตกต่างมากนักจากที่นายสมศักดิ์ ปรับปรุง ที่สำคัญขอให้ยกเลิกการใช้ใบสั่งจ่ายช่อดอกกัญชา หรือใบรับรองแพทย์ ตามประกาศดังกล่าว เนื่องจากมีปัญหามาก เพราะหลายคนที่ใช้กัญชา ไม่ถึงขั้นป่วยในบางกลุ่มโรค แต่กลับต้องถูกจำกัดและให้เป็นผู้ป่วย อย่างบางโรคมีผลต่อประกันสุขภาพ ที่สำคัญยังเปิดช่องให้ซื้อขายใบสั่งจ่ายกัญชากันอย่างกว้างขวาง ไม่มีการคุ้มครองการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน ดังนั้น ใบสั่งจ่ายกัญชาควรยกเลิก และไปเน้นเรื่องการใช้กัญชาเพื่อสุขภาพ ให้มีใบอนุญาต 1 ปีตามมาตรฐานที่กำหนด แต่ไม่ต้องถึงขั้นเป็นสถานพยาบาล

Advertisement

2.แก้ประกาศกรมการแพทย์แผนไทยเรื่องมาตรฐานการปลูก โดยสาระสำคัญคือ เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้รับมาตรฐานการปลูกอย่างหนึ่งอย่างใดที่กรมกำหนดแล้ว ไม่ต้องนำดอกกัญชาไปตรวจวิเคราะห์อีก แต่หากผู้รับใบอนุญาตใดไม่มีใบมาตรฐานการปลูก เมื่อนำดอกกัญชาเข้าสู่ระบบจำหน่ายจะต้องนำดอกกัญชาไปผ่านกระบวนการตรวจดอกก่อน และ 3.ยกเลิกหรือถอนร่างกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่….) พ.ศ….ที่มีการเสนอไปในครม.รัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นกฎกระทรวงฯที่กำหนดให้ร้านกัญชาเป็นสถานพยาบาล เรื่องนี้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะความเป็นจริงทำได้ยากมาก อย่างร้านค้ากัญชามีใบอนุญาต 10,000 ใบอนุญาต จะเหลือเพียง 100 ใบ เพราะจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีต้นทุนสูง มีเงินมากพอในการเปิดเป็นสถานพยาบาล แต่ร้านรายย่อยที่ต้องการทำถูกกฎหมายต้องจำใจปิดตัวหมด

“ที่สำคัญต้องผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชา ของกระทรวงสาธารณสุขเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติและส่งร่างสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเครือข่ายได้ยื่นหนังสือเรื่องผลักดันร่างพ.ร.บ.กัญชา ต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว และวันนี้หวังว่าสธ.จะรับหลักการดังกล่าว และร่วมขับเคลื่อนหาแนวทางที่เหมาะสมร่วมกัน หากไม่รับหลักการ พวกเราต้องขอเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี” นายประสิทธิ์ชัยกล่าว

ด้าน นพ.ศักดา กล่าวภายหลังการหารือว่า กระทรวงฯ รับทราบปัญหาต่างๆ และรับเรื่องไว้เพื่อเสนอต่อ รมว.สธ. โดยมอบให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ไปพิจารณาทบทวนข้อเสนอของทางเครือข่ายทั้งหมด แบบมีส่วนร่วม ใช้เวลา 2 สัปดาห์ให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้น เพื่อนำเสนอและรายงานต่อรมว.สธ.ต่อไป ส่วนเรื่องใบสั่งจ่ายหรือใบรับรองแพทย์นั้น จะนำเสนอต่อรมว.สธ.เช่นกัน เนื่องจากมองว่ายังมีข้อจำกัดบางกรณี แต่ระหว่างนี้ยังใช้ตามเดิมไปก่อน

“ประเด็นเรื่องร้านค้าเป็นสถานพยาบาล ตามร่างกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่….) พ.ศ…. ซึ่งก่อนหน้านี้เสนอไปยัง ครม.รัฐบาลที่ผ่านมา เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล โดยขั้นตอนจะส่งร่างกฎกระทรวงฯ ต่างๆ ให้กับแต่ละกระทรวงกลับมาพิจารณาอีกครั้งอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสที่จะมาทบทวนเช่นกัน” นพ.ศักดา กล่าว