สบส.คลอดมาตรฐาน ‘HS4’ ฉบับใหม่ หวังยกระดับรพ.ในประเทศทัดเทียมนานาชาติ

13.10.25 | 13:44 น.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ความผิดพลาดจากการดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วย ถือเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อวงการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ซึ่งนอกจากจะสร้างผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ สังคมของผู้ให้บริการและผู้มารับบริการแล้ว ยังนำไปสู่ความสูญเสียทางชีวิต ทรัพย์สินและเศรษฐกิจของประเทศ โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยถึงร้อยละ 4-16 เกิดอาการเจ็บป่วยจากภาวะแทรกซ้อน ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากความผิดพลาดของการให้บริการสุขภาพ หรืออาคาร สถานที่ เครื่องมือแพทย์และสิ่งแวดล้อมที่ขาดคุณภาพ มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเองก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงกำหนดมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ (HS4) ให้สถานพยาบาลภาครัฐได้นำไปปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพให้เกิดความปลอดภัย โดยมี สบส.เป็นหน่วยงานหลักในการประเมินและรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลตามมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ทั้งนี้ สบส.มีการพัฒนามาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ตามแนวทางปฏิบัติ มาตรฐานในประเทศ มาตรฐานสากลและกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ สหวิชาชีพ ฯลฯ ทั้งภาครัฐและเอกชน

นพ.กรกฤช กล่าวว่า โดยในปี งบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเป็นการพัฒนามาตรฐานระบบบริการสุขภาพของสถานพยาบาลภาครัฐไทย ให้ไม่เป็นรองชาติใด นำไปสู่ความเชื่อมั่นของประชาชน ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข สบส.ได้จัดทำคู่มือกระบวนการส่งเสริม พัฒนา รับรองและข้อกำหนดมาตรฐานสถานบริการสุขภาพ (HS4) ฉบับปรับปรุงใหม่ ให้สถานพยาบาลภาครัฐได้นำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานและวัดความสำเร็จของสถานพยาบาล ส่งเสริมการจัดการคุณภาพ รวมทั้งพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้เกิดการส่งมอบงานบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน และคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและเกิดความปลอดภัย โดยสถานพยาบาลสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือผ่านโปรแกรมปฏิบัติการ : HS4

​“สบส. มุ่งหวังว่าคู่มือฉบับนี้ จะช่วยส่งเสริมให้สถานพยาบาลมีมาตรฐานที่ดี เกิดการพัฒนางานบริการสุขภาพและสาธารณสุขอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายแผนยุทธศาสตร์ชาติ และกระทรวงสาธารณสุข ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ ในอุตสาหกรรมการบริการทางการแพทย์ครบวงจร และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้การสร้างมูลค่าสูงของงานบริการสุขภาพและสาธารณสุขของสถานพยาบาลในระบบธุรกิจสุขภาพของประเทศต่อไป” นพ.กรกฤช กล่าว