กรมควบคุมโรคห่วงปลายฝน-น้ำท่วมขัง เจอผู้ป่วย ‘โรคไข้เลือดออก’ เพิ่มสูงขึ้น แนะทายากันยุงป้องกันระบาด

15.10.25 | 09:00 น.

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ว่า โรคไข้เลือดออกแนวโน้มในปีนี้ ช่วงระบาดสูงสุดอยู่ในเดือนกรกฎาคม และเริ่มลดลงในช่วงเดือนสิงหาคม โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 ตุลาคม พบผู้ป่วยสะสม 47,851 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 53 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.11 โดยกลุ่มอายุที่พบการป่วยสูงสุด คือ เด็กอายุ 10 – 14 ปี รองมาเป็นกลุ่มอายุ 5 – 9 ปี และ อายุ 15 – 24 ปี ตามลำดับ ส่วนกลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ โดย อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปพบการเสียชีวิตสูงสุด รองมาเป็นอายุ 55 – 64 ปี และ อายุ 45 – 54 ปี ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจะเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง กลุ่มผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ช้าเกิน 4 วัน กลุ่มผู้ป่วยที่กินยาแก้ปวดในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ส่งผลทำให้เกิดภาวะเลือดออก และกลุ่มผู้ที่มีภาวะอ้วน

นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่พบผู้ป่วยสูงในช่วงล่าสุดนี้ อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ 3 จังหวัดแรกคือ เชียงใหม่ ลำพูนและแม่ฮ่องสอน ซึ่งพบผู้ป่วยมากกว่า 20 ต่อแสนประชากร ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังเป็นความเสี่ยงที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะผ่านช่วงพีคของการระบาดมาแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงปลายฝนในเดือนตุลาคม ที่มักจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นระลอกเล็กๆ ในทุกๆ ปี จึงขอย้ำเตือนประชาชนในพื้นที่ฝนตกชุก ยังคงต้องระวังตัวไม่ให้โดนยุงลายกัด ยังจำเป็นต้องทาครีมป้องกันยุงกัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ

โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า หลายคนมักสับสนในอาการของโรคไข้เลือดออกกับโรคไข้หวัดใหญ่ ที่มักเกิดการระบาดขึ้นพร้อมๆ กัน โดยอาการที่คล้ายกันคือ การมีไข้สูงเฉียบพลัน 38 – 39 องศา แต่สำหรับโรคไข้เลือดออกนั้น เมื่อกินยาลดไข้แต่อาการไข้จะไม่ลดลง ส่วนอาการที่เหมือนกันกับโรคไข้หวัดใหญ่อื่นๆ เช่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศีรษะ บางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่อาการสังเกตสำคัญคือถ้าเป็นไข้เลือดออกจะมีมีผื่นแดงตามร่างกาย ซึ่งจะพบน้อยมากโรคไข้หวัดใหญ่ ฉะนั้น ผู้ที่มีอาการไข้สูงและมีผื่นแดง ให้สงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก และให้รีบไปพบแพทย์ในทันที โดยเน้นย้ำว่าผู้ที่มีอาการไข้เลือดออกไม่ควรรับประทานยาในกลุ่มเอ็นเสด เพราะจะทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นได้