ชัชชาติ บินเยือนอิตาลี จับมือเวนิส แลกเปลี่ยนแนวคิด–สร้างความร่วมมือสู่อนาคต
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่สำนักงานการต่างประเทศ เดินทางเยือนเมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายหลุยจี บรุญญาโร นายกเทศมนตรีเมืองเวนิส ณ ศาลาว่าการเมืองเวนิส
นายชัชชาติ กล่าวว่า ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงประเด็นความร่วมมือต่าง ๆ ที่สามารถจะดำเนินการร่วมกันระหว่างกทม.และเมืองเวนิสในอนาคต ได้แก่ การจัดการน้ำ การจัดการขยะ เรือโดยสารไฮโดรเจน การท่องเที่ยว การส่งเสริมการค้าการลงทุน และการส่งเสริมเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพกับเมืองเวนิส
หลังจากนั้น ผู้ว่าฯกทม.และนายกเทศมนตรีเมืองเวนิสได้ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างเมืองเวนิส และกทม. โดยได้รับเกียรติจาก นายพุทธพร อิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐอิตาลี และนายอันเดรอา มาร์กอน กงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองเวนิส ร่วมเป็นสักขีพยาน
ทั้งนี้ การลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างเมืองเวนิสและกรุงเทพมหานคร นับเป็นก้าวแรกของการสถาปนาและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทพมหานครและเมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีในด้านต่าง ๆ ของกทม.ในอนาคตต่อไป
นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า การมาปฏิบัติราชการ ณ สาธารณรัฐอิตาลี ที่เมืองมิลานและเมืองเวนิส เพื่อร่วม 2 งานหลัก โดยวานนี้ (14 ต.ค. 68) ณ เมืองมิลาน ร่วมงานประชุม The Milan Urban Food Policy Pact (MUFPP) Global Forum 2025 เป็นการประชุมเรื่องอาหารของเมือง ซึ่งกทม.ได้รับรางวัลเรื่องการจัดการอาหารโรงเรียน และร่วมการประชุมระดับนายกเทศมนตรีและระดับภูมิภาค ณ University of Milan เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี
ส่วนวันที่ 15 ต.ค. มาเยือนเมืองเวนิส ซึ่งกทม. ยังไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างเมืองอย่างเป็นทางการมาก่อน จึงอยากพัฒนาความสัมพันธ์เป็น Sister City เมืองพี่เมืองน้องกับเวนิส เพราะลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกัน เวนิสมีประชากรประมาณ 250,000 คน เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ มีคลองเยอะและมีสะพานข้ามคลองเชื่อมระหว่างเกาะต่าง ๆ ในเมืองประมาณ 400 สะพาน เวนิสไม่มีถนน แต่ใช้คลองแทนถนนและใช้เรือเป็นแท็กซี่ จะเห็นว่าหน้าบ้านเป็นคลอง คล้ายกับกรุงเทพฯ สมัยก่อน เช่น แถบฝั่งธนที่หน้าบ้านเป็นคลองและใช้เรือเป็นพาหนะหลัก
เมืองเวนิสมีปัญหาคล้ายคลึงกับกรุงเทพฯ คือ ประสบกับน้ำทะเลหนุน เมืองมีวิกฤตจมน้ำและมีน้ำท่วมหนัก โดยเวนิสมีการทำเขื่อนขนาดยาวริมทะเลเพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุน โดยเน้นแก้ปัญหาเรื่องน้ำทะเลหนุน และ Storm Surge จากทะเลที่ส่งผลให้เมืองเวนิสน้ำท่วม อีกปัญหาหนึ่งที่คล้ายคลึงกับกรุงเทพฯ คือการจัดการขยะ เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว ไม่ได้ค้างในเวนิส แต่ซื้ออาหารหรือสิ่งของต่าง ๆ มาจากนอกเมือง ก่อให้เกิดขยะแต่ไม่ได้สร้างรายได้ให้กับเมือง จึงมีแนวคิดที่จะจัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยว นอกจากนี้จะเข้าดูการทำงานของ Smart Control Room และสถานีตำรวจในเมืองเวนิสด้วย

