อึ้ง! หญิงไทยรอ ‘ยุติครรภ์’ กว่า 1.8 แสนราย แต่ยังติดปัญหาคอขวดเบิกจ่าย-เพิ่มควาเสี่ยง

18.10.25 | 11:58 น.

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร แพทย์อายุรกรรม สมาชิกจากเครือข่ายอาสาเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย (RSA) และสมาชิกมูลนิธิทำทาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันกฎหมายการอนุญาตยุติการตั้งครรภ์ของแม่ที่ไม่พร้อมอย่างถูกกฎหมายโดยแพทย์ อนุญาตให้แพทย์ทำการยุติครรภ์ได้ตั้งแต่ 0-22 สัปดาห์ ส่วนมาตรฐานความปลอดภัยนั้น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศว่าอายุครรภ์ที่น้อยกว่า 12 สัปดาห์ หญิงตั้งครรภ์สามารถเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ในสถานพยาบาลเพื่อรับยาไปยุติการตั้งครรภ์ด้วยตนเองได้ ส่วนอายุครรภ์ 12-22 สัปดาห์จำเป็นจะต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล โดยที่ผ่านมาพบว่า ไม่ใช่สถานพยาบาลทุกแห่งที่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ เนื่องจากแพทย์บางท่านก็มีทัศนคติต่อการยุติครรภ์ในอีกแบบ

“บางจังหวัดไม่มีสถานบริการยุติตั้งครรภ์เลย ทำให้คนไข้หาช่องทางยุติการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง บางคนเลือกเข้าร้านขายยาเถื่อน ที่สูตรยาอาจจะไม่ถูกต้อง และมีความเสี่ยงอันตรายต่อคนไข้” พญ.ชุตินาถ กล่าว

พญ.ชุตินาถ กล่าวว่า โดยที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดงบประมาณการส่งเสริมป้องกันโรคเพื่อดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยคิดเป็นรายหัวอยู่ที่ 3,000 บาทต่อคน จากนั้น สปสช. ได้ร่วมกับเครือข่ายอาสาเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย (Referral System for Safe Abortion) หรือ RSA เพื่อปรับรูปแบบการให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายผ่านการแพทย์ทางไกล (Telematicine) ในผู้ที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ เพราะยามีความปลอดภัยสูงกว่า 96% แต่ก็พบปัญหาในเรื่องของการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับทาง สปสช. นอกจากนั้น หน่วยบริการเปิดใหม่ ก็ยังไม่สามารถเข้าร่วมกับ สปสช. ได้ จึงเกิดเป็นคอขวด ที่ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้ยาก ส่งผลให้อายุครรภ์เพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงกับผู้ป่วยมากขึ้น

พญ.ชุตินาถ กล่าวว่า เรื่องของการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม จริงๆ สามารถป้องกันที่ต้นเหตุได้ด้วยการสนับสนุนให้มีการป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัย การให้ความรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้อง หรือการคุมกำเนิดที่ถูกต้องซึ่งเป็นสิทธิการรักษาของ สปสช. ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันก็พบว่ายังมีหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมและมีความต้องการจะยุติครรภ์อย่างถูกกฎหมายเพิ่มขึ้น บางคลินิคที่ถูกกฎหมายมีผู้เข้ารับบริการมากกว่า 600 รายต่อเดือน ขณะเดียวกัน มีข้อมูลพบว่า มีจำนวนคนปรึกษาท้องไม่พร้อมกว่า 180,000 ราย โดยกว่า 140,000 ราย ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ ข้อมูลการให้บริการที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่นตอนต้นอายุ 15-20 ปี ในขณะที่ตัวเลขการให้บริการยังต่ำมาก เนื่องจากหน่วยบริการหลายแห่งไม่สามารถเข้าร่วมกับ สปสช. ในการเบิกจ่ายได้ และแพทย์ส่วนใหญ่ยังมีทัศนคติเรื่องนี้ในอีกแบบ สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขของการยุติครรภ์ผิดกฎหมายที่เพิ่มมากขึ้น

“การยุติการตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ให้คนไข้รอไม่ได้ เพราะแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไปก็เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายยุติครรภ์ไม่ได้มีแค่เรื่องของยา แต่ยังมีบริการอื่นที่จำเป็น เช่น การให้คำปรึกษา การคุมกำเนิด ซึ่งค่าใช้จ่ายเฉลี่ยการยุติครรภ์อายุน้อยกว่า 12 สัปดาห์จะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ดูเป็นตัวเลขที่ไม่สูง แต่ในความจริง พบว่าผู้ป่วยหลายรายยังไม่สามารถจ่ายได้ เพราะคนที่เลือกมายุติการตั้งครรภ์ส่วนหนึ่งก็เพราะปัญหาการเงิน ที่ผ่านมาจะพบการรับบริการสูงในกลุ่มเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้เข้ารับบริการได้ โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองร่วมให้ความยินยอม ไปจนถึงผู้ที่อายุเกือบ 50 ปีแล้วแต่ยังไม่มีความมั่นคงทางการเงิน” พญ.ชุตินาถ กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ พญ.ชุตินาถ กล่าวว่า กลุ่ม RSA ได้ร่วมกับมูลนิธิทำทางในการทำแผนที่ประเทศไทยระบุที่อยู่ของคลินิกยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมาย ที่สามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นทางออกของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย