รพ.พุทธชินราช ตั้งโต๊ะแถลง สปสช.ค้างค่ารักษาพยาบาล 238 ล้าน เพิ่งชำระคืนแค่ 15 ล้าน

20.10.25 | 13:53 น.

โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก เผย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ค้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมกว่า 238 ล้านบาท แต่เพิ่งชำระคืนเพียง 15 ล้านบาท ยืนยันยังให้บริการประชาชนตามมาตรฐานเดิม แม้อาจเกิดผลกระทบทางอ้อมต่อการจ่ายยาและค่าตอบแทนบุคลากร พร้อมเรียกร้องให้ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุขเร่งแก้ปัญหาการเงิน เพื่อไม่ให้กระทบระบบสาธารณสุขในภาพรวม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นพ.มาโนช อู่วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก พร้อมด้วยพญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กรณีเงินจาก สปสช. ที่เป็นประเด็นค้างจ่ายโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ

โดยแถลงสถานการณ์ประเด็นหลักในวันนี้คือหนี้ค้างจ่ายจาก สปสช. โดยเฉพาะโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ในรอบ 2 เดือน คือเดือนสิงหาคมและกันยายน 2568 มีบัญชีชำระรักษาผู้ป่วยไปแล้ว 238 ล้านบาท แต่ สปสช.เพิ่งชำระมาเพียง 15 ล้านบาท เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และจากคำชี้แจงของ สปสช. ที่น่าเป็นห่วงคือ ค่า 1RW ที่ตั้งแต่ต้นปีมีการตกลงค่า 1RW ไว้ที่ 8,350 บาท แต่วันศุกร์ที่ผ่านมาที่โอนให้โรงพยาบาลพุทธชินราชคือ 15 ล้านบาท นั้น มีการคิดของ สปสช. คิดค่า RW คงเหลือ 6,000-7,000 บาทต่อเคส และที่น่าตกใจก็คือไม่ใช่แค่มีผลย้อนหลัง 2 เดือนเท่านั้น แต่ยังมีผลย้อนหลังไปถึงต้นปีด้วยที่ต้องจ่ายคืน 1,350 บาท ต่อเคส บางโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก จากที่เคยเป็นเจ้าหนี้ สปสช. ณ วันนี้ถ้าคิด ค่า 1RW แบบนี้บางโรงพยาบาลกลายเป็นลูกหนี้ สปสช.เสียเอง เพราะต้องมียอดที่ต้องโอนคืนให้กับ สปสช. ผลกระทบ ณ วันนี้ก็คือ โรงพยาบาลได้ให้บริการไปแล้ว ตามค่า 1 RW คือ 8,350 บาทต่อเคส ทั้งๆที่ต้นทุนจากการศึกษาจากหน่วยงานที่เป็นกลางอยู่ที่ 16,000 ต่อ 1RW จึงอยาก สปสช.ให้มีการทบทวนวิธีคิด

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช เปิดเผยต่อว่า สำหรับภาคประชาชนที่มาใช้บริการไม่ต้องเป็นห่วง ขอย้ำว่าโรงพยาบาลรัฐทุกแห่ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จะดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ไม่ด้อยกว่าค่ามาตรฐาน แต่อาจจะมีผลกระทบทางอ้อมบ้างเช่น การจ่ายยาบางตัวบางเคส จากเดิมเคยจ่ายให้หลายๆเดือน อาจจะค่อยๆซอยจ่ายยาให้แทน อย่างที่เคยรับยาแบบ 6 เดือนครั้ง อาจจะต้องปรับลงเหลือเดือนละครั้ง แล้วแต่เคส ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ 1. การบริการผู้ป่วย – งบประมาณที่ขาดแคลนส่งผลต่อการจัดซื้อเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการดูแลผู้ป่วย 2. ความปลอดภัยของผู้ป่วย – ความล่าช้าในการจัดหาอุปกรณ์และยาจำเป็น อาจส่งผลให้การรักษามีความเสี่ยง 3. บุคลากรทางการแพทย์ – การเบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าเวร และงบสนับสนุนอื่น ๆ อาจล่าช้า สร้างภาระและความท้อแท้แก่บุคลากรการแพทย์ทุกระดับ แต่จะพยายามจ่ายให้ตรงเวลาและครบถ้วนโรงพยาบาลอาจจะใช้วิธีไปยืดหนี้จากเจ้าหนี้จากอุปกรณ์การแพทย์ด้านอื่นไปก่อน

Advertisement

สำหรับเงินบำรุงคงเหลือของโรงพยาบาลพุทธชินราชนั้น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราชเปิดเผยว่า โรงพยาบาลมีเงินบริหารงานบำรุงหลายร้อยล้านบาท แต่เมื่อหักลบกลบหนี้ จากการติดหนี้ ค่ายา ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้ว ณ วันนี้โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก มีเงินบำรุงคงเหลือติดลบอยู่ที่ 60 ล้านบาท

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ได้เปรียบเทียบสถานการณ์การเงิน ณ เวลานี้ให้ฟังง่ายๆว่า เปรียบเสมือนร้านก๋วยเตี๋ยว ติดป้ายประกาศไว้ขายชามละ 50 บาท แต่ลูกค้ามากินบอกมีเงิน 40 บาท จะขอจ่ายแค่ 40 บาท ทั้งๆที่ประกาศแล้ว และ แม้จะมีเงินพอเกิน 50 บาท แต่ขอใบเสร็จด้วย สะกดผิดเงินเหลือ 30 บาท นี่คือสิ่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเจอ ณ เวลานี้ ไม่เพียงแค่นั้น ลูกค้ายังขอคิดย้อนหลังด้วย เคยกินไปชามละ 50 บาท จะขอเงินคืนด้วยชามละ 10 บาท

ด้าน พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ได้กล่าวว่า องค์กรแพทย์ยืนยันว่า คุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยต้องมาก่อน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้างชำระโดยด่วน เพื่อไม่ให้ระบบบริการสุขภาพล้มเหลวในระดับพื้นที่ โดยมีข้อเรียกร้อง 1.ให้ สปสช. ดำเนินการชำระหนี้ค้างแก่โรงพยาบาลโดยเร่งด่วนและโปร่งใส 2. ให้กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการรองรับเฉพาะหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้โรงพยาบาลต้องหยุดการให้บริการที่จำเป็น และ 3. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปรับปรุงระบบงบประมาณและการจ่ายชดเชย ให้สะท้อนต้นทุนจริงของการรักษาพยาบาล