นักวิชาการสิ่งแวดล้อมหวั่น ผลกระทบ จากการขุดแร่แรร์เอิร์ธ แบบไร้มาตรฐาน

27.10.25 | 18:36 น.

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมหวั่น ผลกระทบจากการขุดแร่แรร์เอิร์ธแบบไร้มาตรฐาน

วันที่ 27 ตุลาคม นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง แร่หายาก แรร์เอิร์ธ (Rare earth elements) ที่ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำเอ็มโอยูกับประเทศสหรัญฐอเมริกา ในวันนี้ โดยระบุว่า

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมมหาศาล จากการขุดแร่หายากแบบไร้มาตรฐาน

1.ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณี วิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ในปี 2567 ระบุว่าประเทศไทยผลิตแร่หายากอันดับ 4 ของโลก ส่วนใหญ่พบในหินแกรนิตและสะสมอยู่ในชั้นดินผุพังรวมถึงในสายแร่ที่เกี่ยวข้องกับดีบุกและทังสเตน จังหวัดที่มีศักยภาพมีแหายากได้แก่
ภาคเหนือ:เชียงราย,แม่ฮ่องสอน, เชียง ใหม่
ภาคตะวันตก: อุทัยธานี,กาญจนบุรี,
ภาคใต้:ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, สุราษฎร์ธานี

แต่ทั้งหมดยังไม่มีการดำเนินการขุดแร่ในเชิงพาณิชย์ เพียงแต่ทำกันเองแบบชาวบ้าน

Advertisement

2.แร่หายาก (Rare earth elements) ส่วนใหญ่จะได้มาจาการทำเหมือง ด้วยวิธีการที่ต้องขุดหน้าดินและใช้สารเคมีเพื่อชะล้างโลหะออกจากแร่ หรือโดยการเจาะและปั๊มสารเคมีเข้าไปในชั้นหิน

เช่น ใช้สารแอมโมเนียมซัลเฟตเพื่อละลายธาตุหายากออกมาแล้วนำมาสกัดด้วยสารเคมีอีกครั้ง

ดังนั้นน้ำเสียที่เกิด จากการผลิตจะปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก ปริมาณมาก ถ้าปล่อยทิ้งออกมาจะปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม

3.กระบวนการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก รวมถึงเกิดการปนเปื้อนของดิน อากาศ และน้ำ ด้วยสารเคมีที่เป็นพิษและวัสดุกัมมันตรังสี เช่น ทอเรียมและยูเรเนียม ซึ่งนำไปสู่ปัญหาระยะยาว เช่น มลพิษที่ปนเปื้อนลงสู่น้ำใต้ดินและของเสียที่สามารถสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและชุมชนในท้องถิ่นได้

4..การทำเหมืองแร่หายาก หน่วยราช การ เช่น กรมทรัพยากรธรณีและกรม อุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ จะต้องเตรียมความพร้อมต้องกำหนดหลักการและแนวทางปฎิบัติในการทำเมืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องมีมาตร การในการป้องกันและลดผลกระทบจากการปล่ยน้ำเสีย ,มาตรการจัดเก็บตะ กอนหางแร่ ,การป้องกันกากตะกอนแร่ทั้งที่เป็นกัมมันตภาพรังสีและไม่เป็นปนเปื้อนน้ำใต้ดินและน้ำผิวดินและระบบนิเวศ,มาตรการป้องกันมลพิษทางอากาศ รวมทั้งจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความเห็นว่าสมควรให้มีการดำเนินการในพื้นที่ชุมชนหรือไม่และควกำหนดให้โครการดังกล่าวทุกขนาด จะต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วย