TIJ ชวนส่องดูคะแนนตัวชี้วัดหลักนิติธรรม Rule of Law Index 2025 ชี้ไทยยังไม่หลุดพ้นจากกลุ่มประเทศที่มีคะแนนต่ำกว่ามาตรฐานโลก
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เผยผลรายงาน WJP Rule of Law Index 2025 ซึ่งจัดทำโดย World Justice Project (WJP) พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนรวม 0.50 จากคะแนนเต็ม 1.00 อยู่ในอันดับที่ 77 จาก 143 ประเทศทั่วโลก และได้คะแนนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคิดเป็น +1.0% จากปีที่ผ่านมา
ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะได้ผลคะแนนเท่าเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อน และขยับอันดับขึ้นจากอันดับที่ 78 ของโลกเป็นอันดับที่ 77 แต่ต้องยอมรับว่า ผลคะแนนของไทย ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (0.59) และยังไม่หลุดพ้นจากกลุ่มประเทศที่มีค่าคะแนนต่ำกว่ามาตรฐานโลก (0.55) สะท้อนถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับปรุงเชิงโครงสร้างของระบบหลักนิติธรรม ทั้งในมิติของความโปร่งใส การตรวจสอบอำนาจรัฐ และการเสริมความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม
“ผลการประเมินปีนี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า ประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของระบบนิติธรรม เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อให้หลักนิติธรรมเป็นพื้นฐานที่จะสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย” ผู้อำนวยการ TIJ กล่าว

ดร.พิเศษ กล่าวว่า ปี 2025 เป็นปีที่ประเทศไทยพัฒนาคุณภาพการเก็บข้อมูลหลักนิติธรรมมากที่สุดในรอบหลายปี โดยเพิ่มการเก็บข้อมูลชุดใหม่จากประชาชนทุกภูมิภาคเป็นจำนวนกลุ่ม 1,100 ครัวเรือน เพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เข้ามาร่วมตอบแบบสอบถาม ใช้แบบสอบถามที่ได้รับการแปลและปรับให้สอดคล้องกับบริบทภาษาไทยเพื่อสะท้อนการรับรุ้และประสบการณ์จริงของทั้งสองกล่มได้อย่างแม่นยำ
การปรับปรุงดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือทางเทคนิคระหว่าง TIJ และ WJP ซึ่งช่วยทำให้ข้อมูลของไทยมีความเที่ยงตรงและสะท้อนสถานการณ์ได้อย่างสมจริง คะแนน Rule of Law Index ประเทศไทย ปี 2025 แยกตามตัวชี้วัด 8 ปัจจัย
ปัจจัยที่ 1 การจำกัดอำนาจรัฐ ได้ 0.47 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.46)
ปัจจัยที่ 2 การปราศจากคอร์รัปชัน ได้ 0.45 คะแนน ลดลงจากปี 2024 (0.46) และเป็นปัจจัยเดียวที่ได้คะแนนลดลง
ปัจจัยที่ 3 การมีรัฐบาลเปิด ได้ 0.48 คะแนน เท่ากับปี 2024
ปัจจัยที่ 4 สิทธิและเสรีภาพ ได้ 0.49 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.48)
ปัจจัยที่ 5 ระเบียบและความมั่นคง ได้ 0.75 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.74)
ปัจจัยที่ 6 การบังคับใช้กฎหมาย ได้ 0.45 คะแนน เท่ากับปี 2024
ปัจจัยที่ 7 กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง ได้ 0.50 คะแนน เท่ากับปี 2024
ปัจจัยที่ 8 กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ได้ 0.42 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.41)
“ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจปีนี้ไม่เพียงบอกว่าเรายืนอยู่ตรงไหน แต่ยังช่วยชี้ว่า ‘โครงสร้างใด’ ที่ควรได้รับการปรับปรุง หนึ่งในนั้นคือเรื่องคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัจจัยที่ไทยได้คะแนนลดลง ซึ่ง TIJ กำลังพยายามอย่างเต็มที่ร่วมกับอีกหลายองค์กรในการผลักดันให้ระบบฐานข้อมูลภาครัฐของไทย เป็นระบบฐานข้อมูลเปิด หรือ Open Government เพราะเราเชื่อว่า เป็นแนวทางที่จะช่วยให้เกิดความโปร่งใสขึ้นได้ในระยะเวลาไม่นาน” ดร.พิเศษ กล่าว

ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวว่า นอกจากการทำงานด้านวิชาการ TIJ และ WJP ยังร่วมกันจัดเวที Rule of Law Forum เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคม ตั้งแต่ระดับผู้กำหนดนโยบายของรัฐ บุคลากรจากหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไปได้ร่วมแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ว่า “หลักนิติธรรมเป็นเรื่องของทุกคน” โดยในเวที Rule of Law Forum ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2025 ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี มาร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อแสดงเจตจำนงค์ของรัฐบาลไทยที่จะสนับสนุนให้เกิดกระบวนการต่าง ๆ ของภาครัฐในการยกระดับหลักนิติธรรมด้วย
นอกจากนี้ TIJ และ WJP ยังได้ร่วมกันนำผลคะแนนที่ได้จาก Rule of Law Index มาจัดทำ workshop เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาในหลักนิติธรรมไทย โดยจะนำข้อค้นพบที่ได้เป็นข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติงานในภาคส่วนต่าง ๆ มาพัฒนาเพื่อนำเสนอเป็น “ข้อเสนอการขับเคลื่อนหลักนิติธรรมสำหรับประเทศไทย” หรือ National Blueprint ต่อไป ภายใต้ความเชื่อว่า หลักนิติธรรมไทยจะดีขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับมาตรฐานโลกได้ถ้าทุกฝ่ายในสังคมร่วมมือกัน
“การขับเคลื่อนหลักนิติธรรมต้องใช้ทั้งแรงดึงจากนานาชาติ (International Pull) และแรงผลักจากภายในประเทศ (Domestic Push) ไปพร้อมกัน — เพื่อให้มาตรฐานสากลกลายเป็นพลังหนุน และให้สังคมไทยลุกขึ้นมามีส่วนร่วมออกแบบระบบที่เป็นของเราเอง” ดร.พิเศษ กล่าว



