หมอชี้ อันตรายจากยาดมไร้มาตรฐาน ปวดหัว หน้าบวมไข้สูง จะเกิดภายใน 1-7 วัน แนะน้ำเกลือล้างจมูก
กรณี องค์การอาหารและยา (อย.) ตรวจพบ ยาดมผสมสมุนไพร ตราหงส์ไทย สูตร 2 (เลขทะเบียน G 309/62) รุ่นการผลิต 000332 ผลิตวันที่ 9 ธันวาคม 2567 ว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบด้านเชื้อจุลินทรีย์ หลังจากตัวอย่างที่เก็บตรวจวิเคราะห์พบการปนเปื้อนในรายการ Total Aerobic Microbial Count (TAMC), Total Combined Yeasts and Mould Count (TYMC) และการพบ Clostridium spp. ซึ่งเป็นผลการทดสอบที่รายงานโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามที่ อย. นำส่งให้ตรวจวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ (ประกาศ อย. 27 ต.ค. 2568; ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)
อย. เตือน ‘หยุดใช้ทันที’ ยาดม 2 ยี่ห้อดัง ล็อตปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ เกินมาตรฐาน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ มติชนออนไลน์ สอบถามไปยัง นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์ ในฐานะนายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการณ์เพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ ได้ความว่า เหตุผลที่การพบเชื้อในผลิตภัณฑ์สูดดมมีความสำคัญคือการใช้ยาดมเป็นการนำสารเข้าสู่ทางเดินหายใจโดยตรง ผู้ใช้มักสูดลึกเพื่อให้ได้ความรู้สึกสดชื่น ทำให้สปอร์รา ยีสต์ หรือแบคทีเรียที่ปนเปื้อนสามารถเข้าสู่เยื่อบุจมูก คอ และทางเดินหายใจส่วนบนได้ง่าย ผลกระทบเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นภายใน 1-7 วันหลังใช้ ได้แก่ คันจมูก น้ำมูกไหลจาม ไอแห้งหรือมีเสมหะ เจ็บคอเล็กน้อย และปวดศีรษะบริเวณหน้าผากหรือโหนกแก้ม
ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานทางการแพทย์ที่ชี้ว่าการสัมผัสสปอร์ราและอนุภาคเชื้อราในอากาศสามารถกระตุ้นอาการแพ้ของทางเดินหายใจและหวัดภูมิแพ้ได้ และการติดเชื้อหรือการอักเสบจากเชื้อบางชนิดอาจนำไปสู่ไซนัสอักเสบได้ในผู้ป่วยบางคน
นพ.ฆนัทกล่าวว่า ถ้าผู้บริโภคใช้ต่อเนื่องเกินกว่า 1 เดือน เชื้อและสปอร์อาจสะสมในเยื่อบุจมูกและโพรงไซนัส ทำให้เกิดการอักเสบ และมีน้ำมูกเรื้อรัง มีกลิ่นปาก ปวดหน้ายามเช้า หายใจไม่สะดวก และลดคุณภาพการนอน โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเบาหวานอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซับซ้อนหรือการลุกลามได้ โดยมีรายงานเรื่องนี้ กรณี Clostridium spp. เกี่ยวข้องกับการอักเสบไซนัสในวารสารทางการแพทย์ แม้จะเป็นกรณีที่พบไม่บ่อยแต่ควรระมัดระวัง
นพ.ฆนัทกล่าวว่า หากผู้ใช้ยาดม ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไรก็ตาม ถ้ามีอาการผิดปกติให้ปฏิบัติดังนี้ หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทันทีและทำความสะอาดทางเดินหายใจด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ วันละ 1-3 ครั้ง โดยใช้ขวดบีบ Neti Pot หรืออุปกรณ์ตามคำแนะนำทางการแพทย์ และใช้เฉพาะน้ำกลั่นหรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วหรือขวดน้ำบรรจุที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของน้ำ ก่อนใช้ยาต้านฮีสตามอาการให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์
“โดยให้ไปพบแพทย์ทันทีหากมีไข้ มากกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะรุนแรง ใบหน้าเห่อบวม หายใจลำบาก หรือไอมีเสมหะสีเขียว มีอาการทรุดลง แพทย์อาจตรวจด้วยการส่องกล้องตรวจจมูก เฉพาะเชื้อ หรือทำ CT scan โพรงไซนัสและให้การรักษาตามผลการตรวจ”นพ.ฆนัทกล่าว
เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตเบื้องต้นหรือไม่ว่า ยาดมชนิดใดมีการปนเปื้อนเชื้อโรคที่อันตราย นพ.ฆนัทกล่าวว่า สังเกตไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่จะอาศัยความไว้วางใจกันมากกว่า ทั้งนี้ ยาดมทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร หรือยาแผนปัจจุบัน หากใช้ไปแล้ว มีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ต้องหยุดใช้ทันที และปฏิบัติการอย่างที่แนะนำเบื้องต้นคือล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และหากมีอาการป่วยตามมา ต้องไปพบแพทย์ทันทีไม่ควรปล่อยไว้ เพราะหากโชคไม่ดี มีการติดเชื้อรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้

