กรมวิทย์ฯเตรียมเปิด ‘ศูนย์วิจัยทางคลินิก’ รองรับงานวิจัยและพัฒนาการแพทย์ขั้นสูง
วันนี้ (31 ตุลาคม 2568) นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ สธ. ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง (ATMPs) กรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้เร่งดำเนินการเตรียมการเปิดศูนย์วิจัยทางคลินิกฯ ที่สามารถรองรับอาสาสมัครได้ 40 เตียง เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยา ATMPs โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้วิจัยและพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการพัฒนากรรมวิธีการผลิต ผลิตภัณฑ์เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดชนิด DC และ CIK จนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ภาคเอกชน เพื่อดำเนินการต่อยอดสู่การผลิตและนำไปใช้ในงานวิจัยทางคลินิก ก่อนที่จะขยายผลสู่การใช้งานจริงในประชาชนไทย

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวอีกว่า ศูนย์วิจัยทางคลินิกแห่งนี้ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ (Clinical Trials) สำหรับผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูงชนิดต่างๆ เช่น
DC (Dendritic Cells) และCIK (Cytokine-Induced Killer Cells) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด,
CAR T cell (Chimeric Antigen Receptor T cell) ซึ่งเป็นการบำบัดด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อโจมตีเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ, MSC (Mesenchymal Stem Cells) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยทางคลินิก กรมวิทยาศาสตร์ฯ ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัยในการวิจัย โดยจะดำเนินการตามมาตรฐานสากลด้านการวิจัยทางคลินิก ได้แก่ หลักการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice – GCP) เพื่อให้มั่นใจว่าการวิจัยมีคุณภาพถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมการวิจัย

“การจัดตั้งศูนย์วิจัยทางคลินิก Clinical Research Center (CRC DMSc) ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งประชาชนและประเทศชาติ โดยจะช่วยให้ประชาชนไทยเข้าถึงการรักษาด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ขั้นสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศได้รวดเร็วและมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษาโรคร้ายแรงที่ซับซ้อน เช่น มะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบำบัดด้วย CAR T cell ซึ่งเป็นเทคโนโลยีราคาแพงและมีความจำเพาะสูง อีกทั้งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-economy)โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่ภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถต่อยอดสู่การผลิตและนำไปใช้ในงานวิจัยทางคลินิกได้อย่างต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศในผลิตภัณฑ์ ATMPs ที่มีราคาสูง ซึ่งจะนำไปสู่การประหยัดงบประมาณด้านสุขภาพของประเทศ และยกระดับศักยภาพงานวิจัย สร้างความเข้มแข็งในระบบสาธารณสุขของประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ ซึ่งการเตรียมการเปิดศูนย์วิจัยทางคลินิกนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์มาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทย” นพ.สราวุฒิ กล่าว

