อย. – หงส์ไทย เคลียร์ใจหลังเจอสารตกค้างใน ‘ยาดม’ จากโรงงานผลิตไม่ได้ขออนุญาต ยอมรับต้องเร่งผลิตมาก เกิดเป็นช่องว่างปัญหา
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการแถลงข่าวกรณียาดมสมุนไพรไม่ขออนุญาตสถานที่ผลิต พร้อมกับการประชุมหารือร่วมกับตัวแทนผู้ประกอบการผลิตสินค้าสมุนไพรไทย สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร และสมาคมอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย (Thai Herbal Industry) เพื่อความร่วมมือในการผลิตสินค้าสมุนไพรไทยให้ได้มาตรฐานของประเทศและการส่งออกระดับโลก โดยมี ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การเเพทย์ และ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เข้าร่วมในการแถลงข่าว

นายพัฒนา กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นจากข่าวที่สังคมให้ความสนใจ ซึ่งมีหลายมุมมองที่ออกข่าวไปอาจไม่ตรงความจริง วันนี้ สธ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยความร่วมมือจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสมุนไพรจึงจัดการแถลงข่าวขึ้น ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา อย. ได้เข้าตรวจและเก็บผลวิเคราะห์ยาดมสมุนไพรต่างๆ กว่า 10 ยี่ห้อ รวมถึง 1 ปีที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้วิเคราะห์ยาดมสมุนไพรแต่ละยี่ห้อมากกว่า 40 รายการ โดยผลการสุ่มตรวจพบว่ามี 3 จาก 10 ยี่ห้อ พบสารจุลินทรีย์ที่มีค่าเกินมาตรฐาน มีทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะผู้ประกอบการทุกรายยินดีที่จะร่วมกับกระทรวงฯ และกระทรวงฯ ก็ยินดีร่วมกับผู้ประกอบการในการตรวจสอบแก้ไข ให้คำแนะนำ เพื่อยกระดับการตรวจสอบและผลิตสินค้าสมุนไพร ให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวงฯ ที่ต้องการสนับสนุนสมุนไพรไทยเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ

“ผมขอยืนยันว่ากระบวนการที่ อย. ทำไปเป็นการดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมาย ตามระเบียบของกระทรวงฯ ยึดหลักโปร่งใส ปลอดภัยเพื่อสุขภาพของคนไทย เป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด ในนามของกระทรวงฯ ยืนยันว่า อย. และ สธ. ไม่เป็นเครื่องมือของผู้ใดในการทำลายคู่แข่งทางธุรกิจ หรือทำลายอุตสาหกรรมแต่อย่างใด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามหลักความโปร่งใส ยึดหลักความถูกต้องตามกฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค ยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งผู้ประกอบการและไม่ได้ทำลายอุตสาหกรรม เรายังคงสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินการตามกฎหมายและจริยธรรม เราพร้อมร่วมงานกับผู้ประกอบการเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับประเทศ” นายพัฒนา กล่าว

เมื่อถามว่านอกจากยาดมหงส์ไทยล็อต เลขทะเบียนที่ G 332/62 รุ่นการผลิตที่ 000332 ที่มีการสุ่มตรวจพบสารตกค้าง อย.สุ่มล็อตอื่นด้วยหรือไม่ ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า หลังจากที่ อย. เข้าไปตรวจสอบได้มีการเก็บตัวอย่างที่จะพบในสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาต นำไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ต่อไป

ถามต่อมีการสุ่มตรวจยาดมยี่ห้อในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อย.สุ่มตรวจยาดม 10 ยี่ห้อ ผลวิเคราะห์พบ 3 ยี่ห้อที่ผลตกวิเคราะห์ โดย 1 ยี่ห้อ มีการประกาศไปแล้วในเว็บไซต์ และในช่วงเดียวกันก็มี 2 ยี่ห้อที่ประกาศออกมา
เมื่อถามว่าทางบริษัทหงส์ไทยยังสามารถจำหน่ายต่อได้หรือไม่ และผู้บริโภคสามารถใช้สินค้าต่อได้หรือไม่ ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า เบื้องต้นล็อตที่ประกาศผลวิเคราะห์ไปแล้ว บริษัทฯ รับผิดชอบด้วยการเรียกคืนสินค้าจากท้องตลาดแล้ว ส่วนล็อตอื่นที่ผลิตก่อนหน้านี้ในสถานที่ที่ผลิตถูกต้อง ยังไม่มีผลวิเคราะห์ตกมาตรฐาน จึงยังไม่มีเหตุให้เพิกถอนใบอนุญาตแต่อย่างใด ส่วนที่ผลิตในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาตก็จะมีการตรวจสอบและประกาศต่อไป
ถามต่อว่าทางบริษัทหงส์ไทยจะมีการเรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอย่างไร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวของจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับสินค้าสมุนไพรไทยอย่างไร ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า บริษัทหงส์ไทยฯ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลประชาชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะมีการปรับปรุงสถานที่ผลิตและขออนุญาตให้ถูกต้อง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อาจมีปัญหาในเรื่องของวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิต ได้หารือว่าจะดำเนินการในการฆ่าเชื้อ ซึ่งทราบว่าทางบริษัทพยายามหารือกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ในการแก้ไขปัญหานี้อยู่ ทั้งนี้ การเรียกความเชื่อมั่นสินค้าสมุนไพรไทย ตอนนี้ อย. ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมถึงสมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร ก็จะร่วมมือกันยกระดับสมุนไพรและช่วยยกระดับผู้ประกอบการขนาด SME ต่อไป
เมื่อถามว่าการประกาศแจ้งเตือนผลิตภัณฑ์สุขภาพของ อย. มักเกิดปัญหาล้าช้าในการแจ้งเตือน รวมถึงเมื่อมีการประกาศเตือนสินค้าบางล็อตผลิต แต่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการอย่างมาก และเมื่อมีการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ ก็ไม่มีการชี้แจงใดๆ จากทาง อย. มีเพียงการลบประกาศหรือข่าวออกจากเว็บไซต์เท่านั้น ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า การทำงาน อย. มีระเบียบขั้นตอนทุกครั้ง เมื่อหลังจากเก็บตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์แล้วจะมีการยืนยันผล เช่น เก็บจากสถานที่จำหน่าย จะต้องมีการตรวจสอบสถานที่ผลิต และมีหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้จำหน่ายและผู้ผลิตให้มีการชี้แจงโต้แย้งและอุทธรณ์ ซึ่งเป็นดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ การส่งตรวจวิเคราะห์ก็ส่งตรวจกับหน่วยงานที่ได้มาตรฐานการทดสอบ ซึ่ง อย. ใช้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มีมาตรฐานรับรองและเป็นหน่วยงานของรัฐ ขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนเวลาที่กำหนดเอาไว้
“ยอมรับว่าบางครั้ง บางผลิตภัณฑ์มีการล่าช้าไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่มีการประกาศออกมา เป็นไปเพื่อประชาชนและมีการประกาศชัดเจนตามหลักขั้นตอนทุกอย่าง สอดคล้องกับการทำงานของ FDA ต่างประเทศ ซึ่งจะมีการประกาศเรียกคืนหรือการยกเลิกทะเบียน เป็นหน้าที่ปกติของ FDA แต่ละประเทศ แต่การประกาศออกมา มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการนั้น เราก็พยายามทำผลกระทบให้เกิดเฉพาะเหตุการณ์และเรื่องนั้นๆ และถ้าเมื่อใดผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขเป็นไปตามกฎหมาย ก็จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ส่วนเวลามีการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว อย. จะไม่สามารถรับรองผลิตภัณฑ์นั้นได้ทั้งหมด เพราะ อย. ต้องเก็บตัวอย่างแต่ละล็อต แต่เมื่อไหร่ที่ผลิตภัณฑ์มีการวางขายและมีการเอากลับมาได้แสดงว่า อย. ผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้ว” ภญ.สุภัทรา กล่าว
ด้าน นพ.ชัยวัฒน์ เตชะไพฑูรย์ ประธานกรรมการบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด กล่าวว่า ตนได้รับการร้องขอให้เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้ดีใจมากที่ได้ยินจากปาก รมว.สาธารณสุข ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนและสมุนไพรไทยที่จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ทำผลประโยชน์ให้ประเทศชาติ ตนเรียนให้ทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตหงส์ไทย ยอมรับว่ามีปัญหา แต่สิ่งที่ต้องทำคือการแก้ไขเพื่อรักษาภาพของสมุนไพรไทย เพราะที่ผ่านมากลายเป็นประเด็นที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดราม่า” ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ไม่ใช่เฉพาะหงส์ไทยแต่เป็นทั้งประเทศ

“สิ่งที่น่าเสียดาย เช่น ลิซ่า แบล็กพิงค์ อุตส่าห์เข้ามาเชียร์เรื่องยาดม อินฟลูเอนเซอร์หลายท่านก็เชียร์ แต่ชั่วข้ามคืนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ที่มีข่าวออกมาค่อนข้างไม่ดี ในบริษัทฯ สิ่งที่เราจะทำก็คือ เมื่อมีการผิดพลาดก็แก้ไขทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำคือ สมุนไพร ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกสมุนไพรแบบอินทรีย์ กลางน้ำคือ การทบทวนกระบวนการผลิต และทำให้ถูกต้องต่อไป” นพ.ชัยวัฒน์ กล่าว
นพ.ชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า คำถามสำคัญคือเมื่อมีการตรวจสอบล็อตหนึ่งแล้ว ทางหงส์ไทยจะจำหน่ายต่อได้หรือไม่ รวมถึงที่มีการยึดไว้ 2,000,000 กว่าชิ้น จะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะอย่างในล็อต 332 อันนี้เราไม่โต้แย้ง ก็ต้องมีการทำลายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และหงส์ไทยขอเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในการเป็นซอฟต์พาวเวอร์ทั่วโลก
ขณะที่ ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า สินค้าที่เจอ ณ สถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตผลิต นับเป็นของผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เท่ากับของนั้นเป็นสินค้าไม่ถูกต้อง ก็จะต้องยึดและอายัดเอาไว้ในคดี ฉะนั้นของที่เจอในสถานที่นั้นไม่สามารถไปจำหน่ายได้ ส่วนกรณีสินค้าที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง ตอนนี้ยังสามารถผลิตและจำหน่ายได้ตามปกติ และเราพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสถาบันอื่นพร้อมให้ความช่วยเหลือบริษัทฯ
ทั้งนี้ นายธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า เราปฏิเสธในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ต้องยอมรับทั้งหมด ส่วนตัวแล้วตนเป็นคนทำธุรกิจแบบพัฒนา ซึ่งบางส่วนในการพัฒนาก็อาจจะผิดพลาดหรือไม่ตรงประเด็น และปริมาณที่มีมากขึ้น จึงอาจเป็นช่องว่างในสิ่งที่เกิดขึ้น

“ทั้งหมดทั้งมวลที่ อย. และ สธ. เตือนมา ขอโทษจริงๆ และน้อมรับทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีความที่จะดื้อดึงหรือไม่ปฏิบัติตาม จึงต้องขอโทษและขออภัยจริงๆ กับบางอย่างที่ผมอาจไม่สมควรในการพูด ในการสื่อสารหรือเป็นการออกความเห็นมากเกินไป ซึ่งจริงๆ แล้วตัวตนผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้แก้ตัว แต่มีความกดดัน มีความเครียดและมีหลายเรื่องที่ทำให้ตัวผมเอง มีจิตใจที่ดิ่งมากเกินไป อันนี้ผมขอโทษ เพราะเราอยู่ในสังคม ก็พยายามที่อยากทำดี และอยากทำตามสังคมทั้งหมด และบริษัทเราก็พยายามพัฒนามาทั้งหมด ผมมีความตั้งใจอยากผลิตสมุนไพรขึ้นมาให้คนไทยได้รู้สึกว่าสินค้าใช้แล้วดี สมุนไพรบ้านเราดีและเป็นเสน่ห์ ผมต้องขอโทษอีกที ไม่ได้ตั้งใจและที่ผ่านมาทั้งหมด ก็พยายามอยากทำ แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ ไม่ได้แก้ตัวแต่พยายามทำทุกอย่างแล้ว” นายธีระพงศ์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าในกระบวนการตามกฎหมาย ส่วนสินค้าที่อายัดไว้ 2 ล้านชิ้น จะมีการดำเนินทำลายหรือไม่ ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า สินค้าเหล่านี้เป็นของกลางในคดี ซึ่งจะมีการดำเนินการตามคำพิพากษาต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีการฉายรังสีในสินค้าสมุนไพร จะเกิดผลกระทบกับผู้บริโภคหรือไม่ รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กล่าวว่า ทาง สทน. มีการให้บริการใช้รังสีฉายผลิตภัณฑ์อาหารและสมุนไพรกับผู้ประกอบการมาโดยตลอด โดยสินค้าสมุนไพรความท้าทายสำคัญคือมาตรฐานความปลอดภัยของเชื้อ และสิ่งต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีการใช้รังสีเป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยผู้ประกอบการ นำสินค้าเข้าสู่มาตรฐานได้ ภายใต้เทคโนโลยีที่ใช้อยู่ทั่วโลก มีความปลอดภัยและมีไม่มีสารตกค้าง ยืนยันว่า สทน. ดำเนินการตามมาตรฐานสากลและไม่มีสารตกค้างใดใดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ


