สธ.ดัน ‘ยาดมสมุนไพร’ สู่ตลาดโลก ลุยยกเครื่องการผลิต ตั้งเป้า 5 ปี 1 หมื่นล. ‘หงส์ไทย’ ร่วมถก

7.11.25 | 15:19 น.

กระทรวงสาธารณสุข เปิด 2 ยุทธศาสตร์ใหญ่ ยกระดับมาตรฐาน-นวัตกรรม ดึงดูดการลงทุน หวังพลิกโฉมอุตสาหกรรมยาดมสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก สู่ Medical & Wellness S-Curve ตั้งเป้ามูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านใน 5 ปี สร้างรายได้มั่นคงให้เศรษฐกิจไทย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จัดประชุมระดมความคิดเห็นครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย : ยาดมสมุนไพร” โดยมี ผศ.อัครนันท์ อริยศรีพงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ รวมทั้งนายธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย “ยาดมหงส์ไทย” เข้าร่วมประชุม เพื่อผลักดันยาดมไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับโลก

ผศ.อัครนันท์เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาด “ยาดม” ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท โดยมียอดผลิตยาดมสมุนไพรไทยกว่า 1,333 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ ภายใต้กรอบ “Medical and Wellness S-Curve” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาดมสมุนไพรไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐานและยั่งยืน ตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 1 หมื่นล้านบาท

ผศ.อัครนันท์กล่าวว่า หลังการประชุมระดมความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมีแนวทางเร่งขับเคลื่อน 2 ยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จะใช้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาดมสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก โดยเน้นย้ำว่าแผนงานจะครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับคุณภาพ การสนับสนุนนวัตกรรม และการสร้างแต้มต่อทางการตลาด ดังนี้ (ร่าง) แผน “Medical and Wellness S-Curve” มุ่งยกระดับมาตรฐาน การผลิตและความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล, ตราคุณภาพสากล โดยเร่งจัดทำ “TPHS (Thai Premium Herbal Standard)” เพื่อเป็นตรารับรองผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบ Zero Contamination สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก

Advertisement

ผศ.อัครนันท์กล่าวอีกว่า อัดฉีดโรงงาน SME เตรียมให้การสนับสนุน Matching Fund 50% แก่ผู้ประกอบการ SME เพื่อปรับปรุงโรงงานให้ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice), พัฒนานวัตกรรม สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้าง Functional Product ใหม่ๆ เช่น ยาดมที่ช่วยในด้านการนอนหลับหรือการสร้างสมาธิ พร้อมสนับสนุนทุนการออกแบบและจดสิทธิบัตร บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ, ดึงดูดการลงทุน โดยจัดตั้ง “Thai Herb Wellness Fund” กองทุนร่วมลงทุนสำหรับ Startups ด้านนวัตกรรมสูง พร้อมเสนอสิทธิประโยชน์ BOI สูงสุด (A1/A2) สำหรับโครงการที่ลงทุนใน R&D และระบบ Automation คาดว่าจะชงแผนเสนอเข้า ครม.ภายในปีนี้

ผศ.อัครนันท์ยังกล่าวถึงแผน 2 โครงการ “ปัญญ์-พัฒน์” อบรมเสริมความแกร่งให้ผู้ประกอบการเน้นการสร้างความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการตลาดของผู้ประกอบการ โดยสร้างสูตรใหม่สนับสนุน R&D เพื่อสร้างสรรค์สูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ และสนับสนุนการทดสอบความคงตัว (Stability Test),เสริมทัพกฎหมาย จัดอบรม “ครู ก.” ด้านกฎหมายสมุนไพรในทุกจังหวัด เพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ พร้อมลุยตลาดโลก พัฒนาหลักสูตร E-Commerce สู่สากล และสนับสนุนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า/สิทธิบัตรในต่างประเทศ ส่วนด้านแหล่งทุนจัดตั้ง โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และระบบพี่เลี้ยงทางการเงิน เพื่อช่วย SME เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดหลักสูตรเดือนมกราคมปีหน้า หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจสามารถติดตามข่าวรับสมัครได้ที่กองเศรษฐกิจสมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

“การหารือร่วมกับเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องร่วมรับฟังวันนี้กว่า 550 คน ทำให้แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรออกมาเป็นรูปธรรม กระทรวงสาธารณสุข จะใช้โอกาสนี้ผลักดันอุตสาหกรรมยาดมสมุนไพรไทยให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้ยาดมสมุนไพรกลายเป็นผลิตภัณฑ์แห่งภูมิปัญญาไทย ที่สร้างชื่อเสียงและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระดับโลก” ผศ.อัครนันท์กล่าว