‘ตรีนุช’ สั่งเร่งอัพสกิลแรงงานรับอุตสาหกรรมอนาคต-EEC ตั้งเป้ากว่า 1.4 หมื่นตำแหน่ง
วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2568) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การอัพสกิลและรีสกิล (Up Skill/Re-Skill) เป็นหนึ่งใน 5 นโยบายหลักของกระทรวงแรงงาน ที่ต้องการยกระดับแรงงานไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนาทักษะทางดิจิทัล ให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต ล่าสุด ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และยานยนต์สมัยใหม่ให้กับแรงงานไทย โดยในเบื้องต้นตั้งเป้าหมาย 5 หลักสูตร จำนวนกว่า 11,000 คน

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า หลักสูตรหลักๆ ที่มอบเป็นนโยบายเร่งด่วน คือ การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและความชาญฉลาด อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ, รถยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ (Connected Car) ตั้งเป้าหมายภายใน 4 เดือนนี้ ให้ได้ 5,520 คน ทักษะภาคอุตสาหกรรมเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum ระบุว่าในอนาคตอันใกล้นี้ AI จะสร้างงานใหม่มากถึง 97 ล้านตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของการพัฒนาทักษะด้านนี้ ตั้งเป้า จำนวน 1,000 คน
น.ส.ตรีนุช กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากทักษะทั้ง 2 ประเภทแล้ว ยังได้มอบนโยบายให้ กพร.พัฒนาทักษะแรงงานไทยเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสามารถในการ ตรวจจับข้อมูล, เชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย, และ มีระบบประมวลผลภายในตัว ซึ่งประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มนี้ในอาเซียน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น การพัฒนาอุปกรณ์สำหรับ Smart Home, Smart Factory, Smart Hospital, Smart Farm และรถยนต์ EV ฯลฯ โดยในกลุ่มนี้ตั้งเป้าหมายพัฒนาทักษะไม่ต่ำกว่า 300 คน นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาสมรรถนะบุคลากรดิจิทัลรองรับอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต อีกจำนวน 3,000 คน และ ยกระดับฝีมือหลักสูตรระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จำนวน 2,010 คน

”ปัญหาใหญ่ของแรงงานไทย คือ ความสามารถและทักษะไปไม่ถึงตลาดแรงงาน มีหลายประเทศที่เข้ามาเจรจาอยากจ้างแรงงานไทยไปทำงานนับหมื่นคน แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะแรงงานของเราขาดทักษะในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆและ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต จึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนให้เห็นผลภายใน 4 เดือนนี้” น.ส.ตรีนุช กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า นอกเหนือจาก 5 หลักสูตรข้างต้นแล้ว ยังได้มอบให้ กพร.ดำเนินการพัฒนาศักยภาพแรงงานขั้นสูงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อีก 1,000 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคตของบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนใน EEC นอกจากนี้ ขอให้มีการพัฒนาทักษะแรงงานอิสระและผู้ประกอบกิจการเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือยริการในชุมชนอีก จำนวน 2,000 คน ด้วย รวมจำนวนแรงงานที่จะมีการพัฒนาทักษะทั้ง 7 หลักสูตร มากกว่า 14,000 คน

“เป้าหมายสำคัญที่ต้องตั้งเป้าและมีการวัดผลอย่างจริงจัง คือการเตรียมคนเข้าสู่ระบบงานให้มากที่สุด คนไทยต้องมีงานทำ ได้ให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เช่น ถ้า กพร.พัฒนาทักษะและยกระดับแรงงานไทยได้แล้ว กรมการจัดหางาน (กกจ.) ต้องรับลูกต่อ หาตำแหน่งงานที่เหมาะสมรองรับคนเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด ถือเป็นตัวชี้วัดหลักของผู้บริหารทั้ง 2 หน่วยงาน” น.ส.ตรีนุช กล่าว

