กทม. ยัน เอาอยู่ เฝ้าระวัง 11 ชุมชนนอกแนวกั้น จ้องสถานการณ์ สกัด ‘น้ำเหนือ-น้ำหนุน’

11.11.25 | 10:07 น.

กทม. ยัน เอาอยู่ เฝ้าระวัง 11 ชุมชนนอกแนวกั้น จ้องสถานการณ์ สกัด ‘น้ำเหนือ-น้ำหนุน’

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่ายังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากการระบายน้ำของกรมชลประทาน โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะทรงตัวในช่วงวันที่ 11-12 พฤศจิกายนนี้ ก่อนมีแนวโน้มลดระดับลงหลังจากนั้น

โดยวานนี้ (10 พ.ย.68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณสะพานพุทธ-ท่าเตียน ยืนยันสถานการณ์ยังควบคุมได้ พร้อมสั่งทุกเขตริมเจ้าพระยาเฝ้าระวัง “3 น้ำ” ทั้งน้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน ตลอด 24 ชั่วโมง

นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้น้ำเหนือเพิ่มเป็นราว 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่น้ำหนุนน้อยลง ระดับน้ำสูงสุดราว 2.1 เมตร ต่ำกว่าแนวคันป้องกัน 2.8 เมตร เหลือระยะปลอดภัย 70 เซนติเมตร พร้อมใช้วิธี “สูบสู้” ระบายน้ำที่รั่วซึมกลับสู่แม่น้ำ ป้องกันล้นเข้าถนน ย้ำ กทม.ควบคุมสถานการณ์ได้ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลา

กทม.เตรียมพร้อมเต็มกำลัง ป้องกันน้ำเหนือ-น้ำหนุนโดยได้ประสานความร่วมมือกับกรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมแผนรองรับมวลน้ำ โดยตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ รวมระยะทาง 88 กิโลเมตร

Advertisement
  • แนวป้องกันน้ำของ กทม. 80 กม.
  • แนวป้องกันของเอกชนและหน่วยงานอื่น 3.65 กม.
  • แนวฟันหลอหรือยังไม่สามารถป้องกันได้ 4.35 กม.

ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต ได้เรียงกระสอบทรายป้องกันน้ำทะเลหนุนและน้ำเหนือหลากแล้วเสร็จ 100% โดยมีระดับความสูง +2.40 ถึง +2.70 ม.รทก. พร้อมดูแลแนวป้องกันที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและแนวฟันหลอให้สามารถใช้งานได้ในภาวะฉุกเฉิน

ข้อมูลจาก สำนักการระบายน้ำ ระบุว่า กรุงเทพมหานครมี 11 ชุมชน นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ ดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน รวมทั้งสิ้น 320 หลังคาเรือน ประชากรราว 1,070 คน ซึ่งเป็นพื้นที่ตลิ่งต่ำและมีโอกาสได้รับผลกระทบโดยตรงหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

นายชัชชาติได้สั่งการให้ทุกเขตเร่งเสริมแนวกระสอบทราย ตรวจสอบแนวฟันหลอ และสร้างสะพานไม้ชั่วคราวในจุดจำเป็น เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้ปลอดภัย รวมทั้งเตรียมกระสอบทรายสำรองและเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญ และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดแนวพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ วานนี้ (10 พ.ย.) กรมชลประทานรายงานว่ามีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อระบายมวลน้ำจากตอนเหนือ ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด โดยเฉพาะในจุดที่แนวตลิ่งต่ำหรือคันป้องกันชำรุด

ในขณะเดียวกัน GISTDA เผยภาพดาวเทียมล่าสุดยืนยันว่า พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ได้เกิดน้ำเอ่อเข้าท่วมจริงในหลายจุด เช่น เทศบาลเมืองปทุมธานี บางกรวย ท่าน้ำนนท์ และบางส่วนของเขตบางพลัดในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ

ด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ฝนลดลงต่อเนื่อง ไม่เพิ่มความเสี่ยงน้ำหลาก โดยรายงานว่า ขณะนี้ปริมาณฝนทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง หลังพายุ “ฟงวอง” ในทะเลจีนใต้ตอนบนเปลี่ยนทิศทางไปทางตอนเหนือ และไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้ช่วงนี้ ไม่มีมวลฝนก้อนใหญ่เข้ามาเติมระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ถือว่าไม่น่ากังวลเรื่องน้ำฝนในช่วงเฝ้าระวังนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. เป็นต้นไป มวลอากาศเย็นจากจีนจะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้อากาศเย็นลงและฝนลดลงอย่างชัดเจน

แจ้งเหตุได้ทันทีผ่าน Traffy Fondue และสายด่วน 1555 ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งขอความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ได้ผ่าน

  • เว็บไซต์: dds.bangkok.go.th, pr-bangkok.com
  • เฟซบุ๊ก: @BKK.BEST, กรุงเทพมหานคร
  • ทวิตเตอร์: @BKK_BEST
  • โทรศัพท์: ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม 0-2248-5115
  • LINE @TraffyFondue หรือสายด่วน 1555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กทม.

กทม.