กรมควบคุมโรคชวน ‘วัยทำงาน’ ใส่ใจสุขภาพ สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดเสี่ยงเบาหวาน

14.11.25 | 12:01 น.

กรมควบคุมโรคชวน ‘วัยทำงาน’ ใส่ใจสุขภาพ สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดเสี่ยงเบาหวาน

วันนี้ (14 พฤศจิกายน 2568) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF) และองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันเบาหวานโลก” โดยในปี 2568 ได้กำหนดประเด็นรณรงค์ภายใต้หัวข้อ “Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplace for All” (สุขภาพดี เริ่มจากที่ทำงาน)

เพื่อมุ่งเน้นให้วัยทำงานและประชาชนทั่วไปหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ สนับสนุนให้สถานที่ทำงานมีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
ข้อมูลจากสมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ (IDF) ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 589 ล้านคน มากกว่า 4 ใน 10 คนไม่ทราบว่าตนเองป่วย ในปี 2567 โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต 3.4 ล้านราย หรือ เฉลี่ย 1 รายทุก 9 วินาที

“สำหรับประเทศไทย จากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 พบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึง 3.7 แสนราย ซึ่งโรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของร่างกายในการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” นพ.มณเฑียร กล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเบาหวานมาจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่รสชาติหวานจัด มันจัด เค็มจัด การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีภาวะอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง โดยโรคเบาหวานมักไม่แสดงอาการ แต่จะแสดงอาการเมื่อเป็นมานานในระยะเวลาหนึ่ง

“อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนมากกว่า 1 ครั้ง ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หิวน้ำบ่อย กินจุ หิวบ่อย มีปื้นดำที่คอ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวาน เนื่องจากหากเกิดการรักษาล่าช้าหรือควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ไตวายจากเบาหวาน เบาหวานขึ้นจอประสาทตา เส้นประสาทเสื่อม ชาปลายมือปลายเท้า เป็นแผลง่ายหายยาก รุนแรงอาจต้องตัดเท้า” นพ.สุทัศน์ กล่าว

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า สถานที่ทำงานสามารถส่งเสริมบุคลากรให้มีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ สนับสนุนกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคได้ด้วยการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานทุกปี ซึ่งค่าระดับน้ำตาลในเลือดเกณฑ์ปกติ ควรต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร พร้อมทั้งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการป้องกันโรคเบาหวาน ด้วยการควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม (ค่าดัชนีมวลกาย BMI 18.5 – 22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เลี่ยงหวาน มัน เค็ม ไม่สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือสะสม 150 นาทีต่อสัปดาห์ จัดการความเครียดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี มีสุขภาพที่ดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ลดโอกาสป่วยด้วยโรคเบาหวานอย่างยั่งยืน