เฮ้ง ดัน ‘เขาประทับช้าง’ สู่ Mini Zoo พลิกโฉมเป็นศูนย์เรียนรู้ อนุรักษ์สัตว์ป่าราชบุรี

20.11.25 | 22:05 น.

เฮ้ง ผลักดัน ‘เขาประทับช้าง’ สู่ Mini Zoo มาตรฐานสากล พลิกโฉมเป็นศูนย์เรียนรู้-อนุรักษ์สัตว์ป่าราชบุรี

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (เขาประทับช้าง) พร้อมประกาศภารกิจสำคัญในการ “ยกระดับ” ศูนย์แห่งนี้ให้เป็นสวนสัตว์ขนาดเล็ก (Mini Zoo) มาตรฐานสากล เพื่อเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่มีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญของประเทศ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายชุมพล แก้วเกตุ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส.ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุชาติได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสัตว์ป่าที่ศูนย์ดูแล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการทำงานด้านการอนุรักษ์และการช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ประสบภัย โดยเฉพาะเรื่องราวของหมีควาย “ภูกระดึง” และ “กันเอง” หมีกำพร้าที่รอดชีวิตจากเหตุไฟป่า และเสือโคร่ง “ประทิว” ที่ได้รับการช่วยเหลือจากการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

Advertisement

นายสุชาติกล่าวว่า สัตว์เหล่านี้คือตัวแทนเรื่องราวของการอนุรักษ์และการฟื้นฟู พวกเขาเป็น “ครู” ที่มีชีวิต ที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังจิตสำนึกรักสัตว์ป่าให้กับเด็กและเยาวชนไทย เมื่อพัฒนาเป็น Mini Zoo ที่มีมาตรฐาน จะกลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่มีชีวิตอย่างแท้จริง ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ได้

ด้านนายอรรถพลกล่าวถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ โดยระบุว่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักพิง แต่เป็นความหวังในการฟื้นฟูชีวิตสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากมนุษย์และภัยธรรมชาติ ทุกชีวิตที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นหมีหมา “บ้านคา” หรือเสือดาว “บุญทิ้ง” ที่เกิดในศูนย์ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการอนุรักษ์เป็นเรื่องที่ทำได้จริง และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การยกระดับศูนย์เป็น Mini Zoo จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าเหล่านี้อย่างปลอดภัย ได้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ และเข้าใจถึงปัญหาที่สัตว์ป่าต้องเผชิญ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายมวลชนที่เข้มแข็งในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชาติอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันสภาพกรงคอกสัตว์ในศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์ป่ามีความชำรุดทรุดโทรม และยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี พ.ศ.2570 เพื่อปรับปรุงและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเน้นการพัฒนาตามหลักสวัสดิภาพสัตว์สากล ซึ่งจะมีการปรับปรุงกรงเลี้ยงลิง เพิ่มพื้นที่ให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เพื่อการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ เพิ่มกรงสัตว์ปีกขนาดเล็ก/ใหญ่ เพื่อจัดแสดงความหลากหลายของนกและสัตว์ปีก ส่งเสริมการศึกษาด้านชีววิทยาคอกสัตว์รั้วตาข่าย ตลอดจนปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามและปลอดภัย รองรับการเดินชมและกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้าชม

​สำหรับศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2529 ปัจจุบันทำหน้าที่ในการดูแลสัตว์ป่าพ่อแม่พันธุ์ สัตว์ป่าของกลาง และสัตว์ป่าแก้ไขปัญหา ในความรับผิดชอบจำนวนทั้งสิ้น 1,394 ตัว จาก 140 ชนิด โดยศูนย์แบ่งพื้นที่บริหารออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นอาคารสำนักงาน กรง/คอกสัตว์ ตามภารกิจ กักกันโรค ตรวจสุขภาพ รักษาโรค และฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ป่าที่ถูกทอดทิ้ง พลัดหลง บาดเจ็บ และสัตว์ป่าแก้ไขปัญหา มีเนื้อที่ประมาณ 325 ไร่ และส่วนของศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์ป่า มีเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ สำหรับจัดแสดงพันธุ์สัตว์ป่า มีลักษณะเป็นสวนสัตว์เปิด เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ด้านสัตว์ป่า ซึ่งเป็นกิจกรรมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์บ้านจอมบึง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประทับช้างและถ้ำเขาบิน

ทั้งนี้ ศูนย์มีภารกิจหลัก 6 ประการ ซึ่งครอบคลุมการรับ เคลื่อนย้าย กักกันโรค รักษาและฟื้นฟูสัตว์ป่า ไปจนถึงการศึกษา วิจัยสุขภาพสัตว์ป่า นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบด้านการจัดการทรัพยากร โดยเข้าร่วมโครงการ “อาหารปันสุข (Zero Food Waste)” กับแม็คโคร สาขาราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2565 โดยรับมอบอาหารส่วนเกินที่ยังบริโภคได้มาเป็นอาหารสัตว์ เฉลี่ยเดือนละ 454.20 หน่วย ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารสัตว์และสะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

ปัจจุบันศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) จ.ราชบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. มีผู้เข้าเยี่ยมชมเฉลี่ยเดือนละ 3,000 คน และมีการเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ เช่น สวนพฤกษศาสตร์บ้านจอมบึง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และถ้ำเขาบิน สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ป่าเหล่านี้ได้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ของชาติ