อธิบดี กสร. สั่งหน่วยงานในสังกัดช่วย ‘ลูกจ้าง’ พื้นที่น้ำท่วมใต้ ตั้งแต่หยุดงาน-เงินกู้ฟื้นฟู

24.11.25 | 11:52 น.

อธิบดี กสร. สั่งหน่วยงานในสังกัดช่วย ‘ลูกจ้าง’ พื้นที่น้ำท่วมใต้ ตั้งแต่หยุดงาน-เงินกู้ฟื้นฟู

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใยต่อนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ และได้สั่งการให้ กสร.ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกจ้าง นายจ้าง จึงได้สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัด กสร.ทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

โดยขอความร่วมมือให้นายจ้างผ่อนผันให้ลูกจ้างที่ที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วม ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ หรือมาทำงานล่าช้า สามารถหยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลา ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขอความร่วมมือช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 พร้อมทั้งเน้นย้ำให้นายจ้างจัดทำแผนฉุกเฉิน ตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร เครื่องจักร และระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงเกิดภัยพิบัติ ทั้งนี้ ขอให้นายจ้าง ลูกจ้าง และองค์กรแรงงานร่วมกันปรึกษาหารือและแก้ไขสถานการณ์ด้วยความสุจริตใจ เพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยทางภาคใต้ครั้งนี้ไปได้ร่วมกันอย่างปลอดภัย

Advertisement

อธิบดี กสร.กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ไปยังสถานประกอบกิจการว่า กสร.ได้จัดสรร “วงเงินกู้ดอกเบื้ยต่ำเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ” โดยให้กู้ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจสามารถขอกู้เงินจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานนำไปปล่อยกู้ให้ลูกจ้างใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือฟื้นฟูอาชีพที่ได้ในอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี สำหรับนายจ้างที่สถานประกอบกิจการได้รับความเสียหายหรืออุปกรณ์ไม่มีความปลอดภัย สามารถกู้เงินจากกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อนำไปปรับปรุงซ่อมแซมอุปกรณ์หรือเครื่องจักรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน ดอกเบี้ยเพียง 1.5% ต่อปี ใน 12 งวดแรก โดยสามารถยื่นคำขอกู้ยืมเงินได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-วันที่ 31 พฤษภาคม 2569

“ผมได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงาน รวมถึงสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด (สคร.) ในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและให้ความช่วยเหลือแก่นายจ้างและลูกจ้างอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด ทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546” ร.อ.สาโรจน์กล่าว