จิตแพทย์ เปิดคำอธิบาย ดูข่าวน้ำท่วมใต้ ทำไมรู้สึกหดหู่ เจ็บเหมือนตัวเองทำผิด

26.11.25 | 11:08 น.

จิตแพทย์ เปิดคำอธิบาย ดูข่าวน้ำท่วมใต้ ทำไมรู้สึกหดหู่ เจ็บเหมือนตัวเองทำผิด

จากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อ ทรัพย์สิน ร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของประชาชนที่ประสบภัย และประชาชนที่รั[ข่าวสารด้วย

อ่านข่าวกรมอุตุ เตือน 7 จว.ใต้ รวมสงขลา ฝนยังตกหนัก ส่วนเหนือ อีสาน กลาง อากาศเย็นถึงหนาว

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ถึงเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊กเพจ “คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา” ระบุว่า

ถ้าดูข่าวแล้วใจหดหู่ เจ็บเหมือนตัวเองทำผิด – นี่คือคำอธิบายที่อาจช่วยท่านได้

Advertisement

ในวันที่ภาคใต้-โดยเฉพาะ หาดใหญ่-กำลังเผชิญน้ำท่วมใหญ่ มีคนหลายแสนได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันในฟีดของหลายๆ คนก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก เช่น…

“ทำไมฉันสบายดี ในขณะที่คนอื่นกำลังเดือดร้อน?”

“ฉันรู้สึกผิดที่บ้านฉันยังแห้ง และยังมีไฟฟ้าใช้งาน”

ภาวะนี้ทำให้หมอเป็นห่วงมากครับ

นี่คือ Survivor’s Guilt – ความรู้สึกผิดที่รอดพ้น มันไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย แต่มันแปลว่า เรายังมีหัวใจที่รู้สึกกับความเจ็บปวดของผู้อื่น

แม้เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง แต่ “ความเจ็บปวดแบบซึมซับ” เกิดขึ้นได้ง่ายในยุคที่เราเห็นภาพบ้านจมน้ำ เด็กอพยพ หรือผู้สูงอายุรอความช่วยเหลือ

สมองส่วน Mirror Neuron ทำงานเหมือนเรายืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราหนักใจ ทั้งที่ตัวเราไม่ได้ถูกน้ำท่วมเลยครับ

งานวิจัยยังพบว่ากว่า 60% ของคนที่ “อยู่ไกลเหตุการณ์” มักรู้สึกผิดแบบไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่อารมณ์ผิดปกติ แต่คือสัญญาณของความเห็นอกเห็นใจที่ลึกมากครับ

แต่ความรู้สึกผิด…ไม่เคยช่วยใครรอดจากน้ำท่วมได้ มันไม่ทำให้น้ำลด ไม่ช่วยให้ใครปลอดภัยขึ้น สิ่งที่ช่วยได้จริงคือ การกระทำเล็กๆ เช่น… *แชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง * ส่งกำลังใจ บริจาค หรือเปิดพื้นที่ให้คนระบาย

อารมณ์ที่แปรเป็นพลัง จะมีค่ากว่าอารมณ์ที่เรากดทับไว้เสมอครับ

ถ้ารู้สึกผิด…ลองเปลี่ยนเป็น 3 สิ่งนี้แทน

  1. Awareness – รับรู้

บอกตัวเองว่า “เรากำลังรู้สึกผิด” – แค่นี้อารมณ์ก็เบาลง 20-30%

  1. Empathy – เห็นใจแบบไม่กดตัวเอง

ไม่ใช่ “เขาแย่–เราดี” แต่คือ “เรารับรู้ความเจ็บปวดของเขา”

  1. Action – การลงมือทำเล็กๆ

ไม่ต้องยิ่งใหญ่

  • โพสต์กำลังใจ
  • แชร์ข้อมูลอพยพ
  • บริจาคเงิน ส่งอาหาร น้ำดื่ม อุปโภค
  • หรือภาวนาเงียบๆ ให้ผู้ประสบภัยปลอดภัย

บางครั้งสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ คือสิ่งที่ “พยุงหัวใจของคนลอยคอในน้ำ” ได้จริงครับ

ความปลอดภัยของเรา ไม่ได้ลดทอนความเจ็บปวดของใคร และความเจ็บปวดของคนอื่น ก็ไม่ได้ทำให้ความปลอดภัยของเราผิดความหมาย สิ่งสำคัญคือ เรารู้สึก และเราเห็นใจ นี่แหละคือความงดงามของความเป็นมนุษย์ครับ

ถ้าเริ่มใจเหนื่อยจากข่าว หายใจไม่อิ่ม ใจคอไม่ดี

อาจถึงเวลาวางโทรศัพท์ลงก่อน

เพราะเราจะช่วยใครได้ ก็ต่อเมื่อใจเรายังพอเหลือพื้นที่ครับ

หมอขอส่งแรงใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่านปลอดภัยทุกคนครับ