สปสช.แจงแนวทางดูแล ‘ผู้ป่วยไต’ สิทธิบัตรทองพื้นที่น้ำท่วม จัดระบบรักษาต่อเนื่อง 

26.11.25 | 17:24 น.

สปสช.แจงแนวทางดูแล ‘ผู้ป่วยไต’ สิทธิบัตรทองพื้นที่น้ำท่วม จัดระบบรักษาต่อเนื่อง 

วันนี้ (26 พฤศจิกายน 2568) นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายสิทธิบัตรทองที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) หรือทำการล้างไตทางช่องท้อง (PD) ที่ได้รับผลกระทบ เช่น เดินทางไม่ได้ บ้านน้ำท่วม โรงพยาบาลหรือหน่วยฟอกไตถูกน้ำท่วม หรือน้ำยาล้างไตเสียหาย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการต่อเนื่อง สปสช. ได้ร่วมกับโรงพยาบาล สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ซึ่งจัดส่งน้ำยาล้างไตให้ผู้ป่วย ดำเนินการ ดังนี้

สำหรับผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง (PD) ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น บ้านน้ำท่วมจนอยู่อาศัยไม่ได้ ต้องย้ายไปอยู่ศูนย์อพยพหรือบ้านญาติ น้ำยาล้างไตถูกน้ำท่วมเสียหาย หรือไม่สามารถเก็บรักษาได้ตามมาตรฐาน หากผู้ป่วยย้ายที่พักไปอยู่ในศูนย์อพยพหรือบ้านญาติ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จะสามารถจัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังที่พักใหม่ของผู้ป่วยได้ โดยขอให้ผู้ป่วยหรือญาติดำเนินโทรแจ้ง สปสช. สายด่วน 1330 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง) เจ้าหน้าที่สายด่วน 1330 จะประสานบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ให้จัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังที่อยู่ใหม่ของผู้ป่วย

นอกจากนี้ สปสช.ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สายด่วน 1330 โทรศัพท์ และส่ง SMS แจ้งผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อสอบถามผลกระทบและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยผู้ป่วยที่ยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ และไปรษณีย์สามารถเข้าพื้นที่ทางเรือหรือช่องทางอื่นได้ ก็จะได้รับน้ำยาล้างไตส่งถึงบ้านตามปกติ ขณะนี้ได้เริ่มโทรประสานและส่ง SMS ผู้ป่วยไต โดยเริ่มจากพื้นที่ จ.สงขลา จำนวน 284 ราย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้รับแจ้งจากไปรษณีย์ว่า ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ยังมีผู้ป่วยประมาณ 100 รายที่ไม่สามารถจัดส่งน้ำยาล้างไตได้ เนื่องจากกระแสน้ำแรงและเข้าไม่ถึงพื้นที่ สปสช.จึงอยู่ระหว่างการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน

Advertisement

สำหรับผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) ที่โรงพยาบาลประจำ ซึ่งใช้ฟอกไตถูกน้ำท่วมหรือไม่สามารถเดินทางไปฟอกไตได้ นพ.วีระพันธ์ ระบุว่า ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ปลอดภัย เช่น บริเวณสนามบิน และรถฟอกไตเคลื่อนที่ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะจัดเตรียมไว้ เพื่อให้บริการผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้

“ผู้ป่วยที่ไปฟอกไตตามนัดไม่ได้ ไม่ควรงดการฟอกไตเอง ให้รีบติดต่อหน่วยไตหรือโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ หรือโทรสายด่วน 1330 เพื่อให้ สปสช. ช่วยประสานส่งต่อไปโรงพยาบาลที่ยังให้บริการได้ หรือไปยังหน่วยฟอกไตสำรองและรถฟอกไตเคลื่อนที่ที่จัดเตรียมไว้” นพ.วีระพันธ์ กล่าว

นพ.วีระพันธ์ กล่าวย้ำว่า ผู้ป่วยไตสิทธิบัตรทองไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนหน่วยฟอกไต การฟอกไตที่หน่วยสำรอง หรือการจัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังที่พักใหม่ เพราะ สปสช.จะดูแลด้านสิทธิประโยชน์และการเบิกจ่ายให้ตามหลักเกณฑ์กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยสิ่งสำคัญคือผู้ป่วยควรแจ้งปัญหาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบโดยเร็ว ไม่ควรรอจนมีอาการรุนแรง

ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ป่วยไตสิทธิบัตรทองที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ หากต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการล้างไต–ฟอกไต การจัดส่งน้ำยาล้างไต การย้ายหน่วยบริการ หรือมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง และขอให้ติดตามประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลในพื้นที่ และสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิดในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้

ด้านนายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยฟอกไตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเน้นให้ผู้ป่วยติดต่อหัวหน้าหน่วยไตหรือพยาบาลประจำหน่วยฟอกไตก่อน เพื่อแจ้งปัญหาน้ำท่วมหรือการเดินทาง ขอคำแนะนำเรื่องการเลื่อนนัดหรือส่งต่อไปฟอกไตที่หน่วยอื่น หากสามารถเดินทางได้ ให้เดินทางไปโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการได้โดยตรง พร้อมแจ้งว่าเป็นผู้ป่วยฟอกไตได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และหากมีอาการฉุกเฉิน เช่น เหนื่อยหอบ ตัวบวม น้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติ หรือสงสัยภาวะน้ำเกิน ให้รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง