เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกล (Web Conference) ติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พื้นที่ภาคใต้ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1.30 ชั่วโมง
นายพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมมีการคุยกัน 3 เรื่องหลัก โดยเรื่องที่ 1 การขนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งเป็นการขนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ จากโรงพยาบาล (รพ.) หาดใหญ่ ไปยัง รพ.ใกล้เคียงอื่น เช่น รพ.สงขลา รพ.สงขลานครินทร์ หรือ มอ. ซึ่งที่ผ่านมาได้ทยอยขนย้ายผู้ป่วยไปจำนวนหนึ่งแล้ว ตอนนี้เหลือประมาณ 20 ราย ซึ่งวันนี้จะต้องขนย้ายให้ครบทุกราย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ระดับน้ำภายใน รพ.หาดใหญ่ เริ่มลดลงแล้ว ซึ่งรถยกสูงของหน่วยทหาร (GMC) สามารถเข้าบริเวณประตูด้านหลังของ รพ. ได้ ซึ่งสามารถลำเลียงขนส่งอาหารและเวชภัณฑ์ยาเข้าไปให้ภายใน รพ.หาดใหญ่ เพราะขณะนี้ยังมีผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว สีเหลือง ราวๆ 500 กว่าราย รวมถึงญาติและบุคลากรทางการแพทย์ อีกหลายร้อยราย ยังอยู่ภายใน รพ.หาดใหญ่ ทั้งนี้ ถังบรรจุออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ใน รพ.หาดใหญ่ คาดว่าจะเพียงพอจนถึงประมาณ 48 ชั่วโมง
นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องที่ 2 การจัดตั้ง รพ.สนาม ขนาด 50 เตียง ในพื้นที่ใกล้เคียงรวม 7 แห่ง ซึ่งมอบหมายให้ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่างๆ เป็นผู้อำนวยการ รพ.สนาม เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ โดย รพ.สนาม ทั้ง 7 แห่ง ดังนี้ 1.รพ.สุราษฎร์ธานี ดูแล รพ.สนามเทศบาลคลองเรียน 2.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ดูแล รพ.สนามหาดใหญ่ 3.รพ.ตรัง ดูแล รพ.สนามศาลาเทศบาลหาดใหญ่ 4.รพ.ยะลา ดูแล รพ.สนามเทศบาลควนลัง 5.รพ.พัทลุง ดูแล รพ.สนามเทศบาลรัตภูมิ 6.รพ.นราธิวาส ดูแล รพ.สนามบริษัทหาดทิพย์ จำกัด และ 7.รพ.สงขลา ดูแล รพ.สนามสนามบินหาดใหญ่ ขณะที่ รพ.สนาม ที่ มอ. จะมีกรมการแพทย์เป็นผู้บริหารจัดการ โดยคาดว่าภายในวันนี้จะสามารถจัดตั้ง รพ.สนามได้ครบทุกแห่ง
“เรื่องที่ขอยืนยันคือ รพ.หาดใหญ่ เราจะไม่ปิด เราจะพยายามรักษาเอาไว้ในลักษณะนี้ เมื่อน้ำเริ่มลดเราก็จะส่งกำลังบำรุงไปเพิ่มเติม ส่งเวชภัณฑ์เข้าไป รพ.หาดใหญ่ ได้ เราจะพยายามกู้ รพ.หาดใหญ่ ให้กลับมามีศักยภาพในการให้บริการประชาชน เพราะเป็น รพ.ขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง ขณะที่ รพ.สนาม ที่จัดตั้งขึ้นมา 7 แห่ง ก็จะสามารถรองรับผู้ป่วย ประชาชนที่ออกมาจากพื้นที่หลังน้ำลด” นายพัฒนา กล่าว
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 3 การฟื้นฟูระบบสาธารณสุข โดยกรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการแพทย์ และ กรมควบคุมโรค โดยจะจัดส่งวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ไปในพื้นที่ รวมถึงเวชภัณฑ์ยาให้เพียงพอรองรับกับประชาชนที่จะเข้ามารับการบริการหลังน้ำลด นอกจากนั้น ได้เตรียมทีมแพทย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์เคลื่อนที่เร็ว (MERT) และ Mini MERT เพื่อเข้าไปในพื้นที่ที่เข้าได้ เพื่อประเมินสถานการณ์และส่งยารักษาต่างๆ รวมถึงการนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัย และเตรียมทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) หรือ MCATT จากกรมสุขภาพจิตเข้าไปในพื้นที่ด้วย
นายพัฒนา กล่าวถึงประเด็นผู้เสียชีวิตในพื้นที่อุทกภัย ว่า มีการคาดการณ์ผลกระทบต่อเนื่องภายหลังน้ำลด ถึงกรณีผู้เสียชีวิตจึงมีการหารือถึงระบบการจัดเก็บข้อมูลการพิสูจน์อัตลักษณ์ โดยมอบหมายให้ ผอ.รพ.สนามแต่ละแห่ง เตรียมพื้นที่รองรับร่างผู้เสียชีวิต เพื่อการดูแลอย่างมีมนุษยธรรม โดยมอบให้กองบริหารการสาธารณสุข (กบรส.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องนี้อย่างเหมาะสม

