’อสม.พระเสาร์‘ ต้นแบบตำบลห่างไกลระบบสุขภาพเข้มแข็ง

29.11.25 | 13:46 น.

ท่ามกลางจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานที่เศรษฐกิจยังเติบโตไม่มากนัก รายได้ส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเกษตรกรรม และการท่องเที่ยวยังไม่ใช่แรงขับเคลื่อนหลัก ต.พระเสาร์ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร เป็นภาพสะท้อนของหลายชุมชนชนบทไทยที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ ผลผลิตการเกษตรที่ไม่แน่นอน และการย้ายถิ่นของคนวัยทำงาน

ต.พระเสาร์ แม้จะไม่ได้อยู่ในเส้นทางเศรษฐกิจหลักของจังหวัด แต่คือพื้นที่ที่ยังรักษาวิถีเรียบง่าย มีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและเลี้ยงสัตว์ ผู้คนจำนวนไม่น้อยเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ขณะที่ลูกหลานออกไปทำงานต่างจังหวัด และในบริบทเช่นนี้เอง ปัญหาสุขภาพที่พบมากที่สุดคือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และ ปัญหาผู้สูงอายุ ที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง ไปจนถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพ ที่ต้องอาศัยหน่วยบริการระดับปฐมภูมิอย่าง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นหลัก ตำบลพระเสาร์จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของชุมชนที่ “ระบบสุขภาพ ถือกำเนิดจากคนในพื้นที่เอง” มากกว่าจากโครงสร้างสาธารณูปโภค

ในพื้นที่ห่างไกลที่ รพ. ไม่ได้อยู่ใกล้บ้าน การมี อสม. ในหมู่บ้านจึงไม่ใช่เพียงผู้ช่วยแพทย์ แต่คือ “หมอคนที่หนึ่งของชุมชน” พวกเขาคือคนที่วิ่งไปหาผู้ป่วยก่อน รถพยาบาลจะมาถึง คือคนที่หอบเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาลไปตามบ้านผู้สูงอายุ คือคนที่อธิบายยา ให้คำแนะนำเรื่องอาหาร และคอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. โดยเฉพาะในตำบลที่ผู้สูงอายุมีจำนวนมากและความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังสูง งานของ อสม. ยิ่งทวีความสำคัญ

นางอุดมศิล สุขไสยา ประธาน อสม. หมู่ที่ 1 ต.พระเสาร์ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร และประธานคณะกรรมการ รพ.สต.พระเสาร์ เปิดเผยว่า ต.พระเสาร์ มีประชากรประมาณ 4,300-4,500 คน หรือราวๆ 1,000 หลังคาเรือน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ โครงสร้างของระบบสุขภาพมี รพ.สต. จำนวน 2 แห่ง ซึ่งมีการแบ่งสมาชิก อสม. ปฏิบัติหน้าที่ประจำ รพ.สต.พระเสาร์ 58 คน และ รพ.สต.หัวดง 29 คน โดย อสม. 1 คนดูแลครอบคลุม 12-14 ครัวเรือน

“อสม.คือคนที่ชาวบ้านเรียกหาก่อนหมอ อสม.คือคนที่รู้จักผู้สูงอายุทุกบ้าน มีเหตุด่วน เหตุร้าย ใครเจ็บป่วย เราก็พร้อมให้การดูแล ประสานงานส่งต่อผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว” นางอุดมศิล กล่าว

Advertisement

นางอุดมศิล กล่าวว่า นอกเหนือจากการดูแลคนในชุมชน คนสูงอายุ คนป่วยแล้ว อสม. ใน ต.พระเสาร์ มีการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยมีการต่อยอดความรู้ของตัวเองไปในระดับ CG หรือ Caregiver ซึ่งเป็นการอบรมหลักสูตรพิเศษ เพื่อดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงโดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน การออกไปเคาะประตูบ้าน เพื่อคัดกรองสุขภาพ ติดตามข้อมูลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ยังเป็นงานหลักที่พวกเราทำกันในทุกสัปดาห์ อย่างการวัดความดัน จะมีเวรออกไปสัปดาห์ละ 2 ครั้ง การเจาะปลายนิ้ววัดน้ำตาลในเลือด ก็จะมีการตรวจกันเดือนละ 1 ครั้ง รวมถึงมีการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับชาวบ้านด้วย ซึ่งข้อมูลการทำงานของ อสม. จะถูกรายงานไปยังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอมหาชนะชัย ผ่านแอพพลิเคชั่น “Smart อสม.” เพื่อเก็บบันทึกเป็นฐานข้อมูลสุขภาพคนในตำบล

นางอุดมศิล ได้กล่าวถึงการได้รับค่าป่วยการ อสม. เดือนละ 2,000 บาท ว่า หลายคนอาจคิดว่า อสม. มีค่าป่วยการ แต่จริง ๆ แล้วพวกเราเลือกทำงานนี้เพราะอยากดูแลคนในหมู่บ้านมากกว่า ค่าป่วยการ 2,000 บาทต่อเดือน แม้เป็นกำลังใจ แต่ก็ “ไม่เพียงพอ” กับงานจริง เพราะหลายครั้งต้องใช้เงินตัวเอง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง หรืออุปกรณ์จิปาถะที่จำเป็น โดยเฉพาะในพื้นที่กว้าง ผู้สูงอายุเยอะ ยิ่งต้องเดินทางบ่อย ดังนั้น ค่าป่วยการที่ได้รับมา ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการทำงานไปได้ อย่างไรก็ตาม อสม. ยังมีความหวังอยากเห็นพระราชบัญญัติ อสม. ที่จะเป็นเครื่องมือรับรองมาตรฐานการทำงานด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ คุ้มครองความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นคงของการทำงานอาสาให้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่เพราะต้องการค่าตอบแทนสูงขึ้นเท่านั้น แต่เพราะ งานของ อสม. คือกลไกสำคัญของระบบสุขภาพไทย ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องและยั่งยืน

ท้ายที่สุด บทบาทของ อสม. ใน ต.พระเสาร์ สะท้อนว่าแม้เศรษฐกิจจะไม่เติบโต แม้พื้นที่จะห่างไกลจากความเจริญ แม้ทรัพยากรจะมีจำกัด แต่พลังของคนธรรมดาที่มี “หัวใจผู้ให้” สามารถขับเคลื่อนระบบสุขภาพของทั้งตำบลได้อย่างมั่นคง