สอวช.-จุฬาฯ–เอกชน ดันระบบนิเวศเศรษฐกิจ ‘ครีเอเตอร์’ ไทย ชงยกระดับมาตรฐานอาชีพ
วันนี้ (2 ธันวาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “CREATORVERSE: Shaping Thailand Creator Economy” นำเสนอผลการวิจัยและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจครีเอเตอร์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยชี้ว่า ครีเอเตอร์กำลังเป็นกำลังสำคัญในเศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของประเทศ ที่ควรได้รับการสนับสนุนเชิงระบบอย่างจริงจัง

รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า เศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) คือโอกาสใหม่เชิงยุทธศาสตร์ของไทย ในวันที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม อย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยต้องเร่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของครีเอเตอร์ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล มาตรฐานอาชีพ ไปจนถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ไทยสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นคอนเน้นท์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งเสริมสังคมให้ยั่งยืนต่อไป สอวช. เชื่อว่าข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับนี้จะเป็นก้าวเริ่มที่สำคัญในการผลักดันครีเอเตอร์ไทยสู่ความสามารถในแข่งขันระดับสากล และเป็นพลังใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงในอนาคต

ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า เศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่คือ “ผู้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม” ผ่านทักษะความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และตัวตนของตนเอง รายงานวิจัยชี้ว่าไทยมีช่องว่างสำคัญใน 7 ด้าน ได้แก่ การบ่มเพาะครีเอเตอร์ แพลตฟอร์ม เทคโนโลยี เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานอาชีพ ทักษะการเรียนรู้ และตลาด ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างมีระบบ จะผลักดันให้เศรษฐกิจครีเอเตอร์เป็นกลไกขับเคลื่อน Creative Economy และ Local Economy ได้จริง ทั้งนี้ การพัฒนาครีเอเตอร์ต้องมองมิติสำคัญ คือ การพัฒนาแรงงานสร้างสรรค์ของเศรษฐกิจไทย โดยไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีทีมงานประกอบหลายบทบาท เช่น นักตัดต่อ เขียนบท โปรดิวเซอร์ กราฟิก การตลาด ไปจนถึงผู้จัดการครีเอเตอร์ ทำให้เกิดความต้องการแรงงานทักษะสูงในห่วงโซ่การผลิตสื่อโดยเฉพาะครีเอเตอร์ที่เชี่ยวชาญเนื้อหาเฉพาะทาง และสามารถเชื่อมโยงงานสร้างสรรค์เข้ากับยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ เช่น การท่องเที่ยว สุขภาพ ทุนวัฒนธรรม หรือวิทยาศาสตร์–เทคโนโลยี

ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า หากครีเอเตอร์ได้รับการเติมเต็มด้วย “ทักษะผู้ประกอบการ” (Entrepreneurial Skill) และ “ความรู้เฉพาะสาขา” (Domain Knowledge) ก็จะสามารถเติบโตเป็น Creatorpreneur ที่สร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจได้จริง ขณะเดียวกัน งานวิจัยยังพบว่า “ทักษะแบบครีเอเตอร์” อย่างการเล่าเรื่อง การผลิตคอนเทนต์ และการสื่อสารบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของแรงงานและผู้ประกอบการทุกสาขา โดยช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เปิดโอกาสการเติบโตของ SME และเสริมศักยภาพของแรงงานรุ่นใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล
ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวอีกว่า มหาวิทยาลัยยุคใหม่ต้องทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อม (Connector)” ระหว่างภาครัฐ–เอกชน–วิชาชีพ–ครีเอเตอร์ เพื่อสร้างระบบนิเวศการทำงานที่รองรับโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล รายงานวิจัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ข้อมูล แต่เป็น “แผนขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ” (Actionable Policy) ที่เสนอทั้ง Quick Win และระบบยั่งยืนระยะยาว พร้อมออกแบบ Action Plan 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) Connect – เชื่อมภาคีทุกภาคส่วน 2) Action – พัฒนาโครงการบ่มเพาะและต้นแบบที่นำไปใช้ได้จริง และ 3) Scale & Sustain ขยายผลและวางระบบติดตามเพื่อให้เกิดผลระยะยาว
“การเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน เมื่อทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม และมองเห็นคุณค่าซึ่งกันและกันในระบบนิเวศเดียวกัน เราทำงานวิจัยจากมิติของความเป็นไปได้ทางวิชาชีพ เพื่อให้ทุกข้อเสนอเชิงนโยบายกลายเป็นพิมพ์เขียวที่ใช้ต่อยอดได้จริง” ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าว

ด้าน สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมขับเคลื่อนร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาครัฐ เพื่อยกระดับ “อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์” ให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการและมีระบบสนับสนุนที่ชัดเจน ในด้านจริยธรรมของครีเอเตอร์ เธอย้ำถึงความจำเป็นของการกำกับดูแลที่เหมาะสม การบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐ–เอกชน–สถาบันการศึกษา จะนำไปสู่ “ระบบสนับสนุนและธรรมาภิบาลครีเอเตอร์ไทย” ที่ยั่งยืนและเป็นมาตรฐานสากล
“Tellscore มองเห็นว่าครีเอเตอร์ไทยมีศักยภาพระดับภูมิภาค ทั้งในฐานะผู้สร้างแรงบันดาลใจ และกลไกการตลาดดิจิทัลที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล รวมถึงโอกาสในการส่งออกคอนเทนต์สู่ตลาดต่างประเทศ รัฐควรพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ธุรกิจที่จ้างครีเอเตอร์ไทย รวมถึงสนับสนุนกองทุนสร้างสรรค์ที่จะช่วยให้ครีเอเตอร์ผลิตผลงานคุณภาพสูงมากขึ้น” สุวิตา กล่าว
ขณะที่ ขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร Rainmaker กล่าวว่า แม้วงการครีเอเตอร์ไทยจะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่ความเปราะบางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการ การคุ้มครองสิทธิ รายได้ที่ผันผวน หรือการขาดพลังต่อรองในอุตสาหกรรม

“ทุกคนอยากเป็นครีเอเตอร์ แต่เมื่อมองภาพใหญ่ เราเห็นความเปราะบางหลายด้าน สิ่งที่ต้องทำคือการรวมตัวกันของคนในวงการ ให้เกิดสมาคมครีเอเตอร์แห่งประเทศไทย หรือเครือข่ายร่วมมือ ที่สามารถเป็นปากเสียงแทนครีเอเตอร์ในการผลักดันนโยบายและมาตรฐานร่วมกัน การรวมพลังกันคือหัวใจของระบบนิเวศที่แข็งแรง และเป็นการสร้างความมั่นคงให้ครีเอเตอร์ในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชนเปิดพื้นที่ความร่วมมือมากขึ้นในประเด็นสวัสดิการ มาตรฐานราคา และจริยธรรมในการทำงานร่วมกับแบรนด์” ขจร กล่าว
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงาน Thailand Creator Economy Policy & Industry Briefing https://forms.gle/9xT2JE3V9nNjf9Gt6 หรือ ที่ QR Code

