สปสช. เปิดช่องอำนวยความสะดวกผู้ป่วยชายแดนสงครามไทย-เขมร เข้ารักษา รพ.นอกสิทธิได้ ไม่เสียเงิน

9.12.25 | 14:08 น.

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนต้องเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยออกจากพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการรับบริการและให้บริการสาธารณสุข โดย สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี ได้รายงานว่าในพื้นที่บริเวณชายแดน มีผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และล้างไตทางช่องท้อง ในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.อุบลราชธานี คือ น้ำยืน นาจะหลวย และ น้ำขุ่น ได้รับผลกระทบแล้ว 310 ราย โดยขณะนี้โรงพยาบาล (รพ.) ต้นสังกัดได้ประสานส่งต่อไปยังศูนย์ฟอกไตต่างๆ เพื่อให้การดูแลแล้ว ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ ในพื้นที่เสี่ยง 4 อำเภอ มีผู้ป่วยฟอกไตที่ได้รับผลกระทบแล้ว 627 ราย อยู่ระหว่างการรับย้ายผู้ป่วยไปยังหน่วยฟอกไต 19 แห่ง

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ขณะที่ สปสช. เขต 9 นครราชสีมา ได้รับรายงานว่า มีผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ที่รพ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบ 80 คน เบื้องต้น รพ.ต้นสังกัดได้ประสานให้ย้ายไปฟอกเลือดที่ รพ.นางรอง 25 คน รพ.หนองกี่ 41 คน รพ.พุทไธสง 2 คน และ รพ.บุรีรัมย์ 2 คน ส่วน รพ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีการย้ายเครื่องฟอกเลือด บุคลากร และผู้ป่วย ไปให้บริการต่อที่ รพ.สุรินทร์แล้ว

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ขณะเดียวกันในพื้นที่ประสบภัยยังพบอุปสรรคการให้บริการผู้ป่วยในอีกหลายด้าน เช่น การย้ายหรือส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาหน่วยบริการอื่น การให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินที่ไม่ได้ปิดสิทธิหรือยืนยันตัวตนหลังรับบริการ การให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมนอกเวลาทำการ และการส่งต่อผู้ป่วยไปรับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในหน่วยบริการอื่น ฯลฯ

“ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการ และสร้างความมั่นใจให้หน่วยบริการว่าจะได้รับการชดเชยค่าบริการตามผลงานที่ให้บริการ ล่าสุด สปสช. ได้ยกเว้นเงื่อนไขการประมวลผลการจ่ายค่าบริการสาธารณสุข ในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน ในเขตพื้นที่ชายแดน ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” ทพ.อรรถพร กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า โดยในพื้นที่ สปสช.เขต 9 นครราชสีมา ให้หน่วยบริการใน จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ สามารถยืนยันตัวตนและปิดสิทธิหลังรับบริการ ขณะที่การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หากเกินศักยภาพก็ให้บริการนอกเวลาทำการได้ ส่วน สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี หน่วยบริการใน จ.ศรีษะเกษ และ จ.อุบลราชธานี ยกเว้นให้ปิดสิทธิหลังรับบริการได้ ทั้งอุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน เหตุจำเป็น OP Anywhere และฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ซึ่งสามารถให้บริการนอกเวลาทำการกรณีเกินศักยภาพ อีกทั้งยังประสานขอความร่วมมือหน่วยบริการในพื้นที่ให้ประชาชนเข้ารับบริการได้ทุกแห่ง และประสานงานขอรับน้ำยาล้างไตส่งด่วน ให้กับผู้ป่วย CAPD ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ ด้วย

Advertisement

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ตนเน้นย้ำถึงแนวทางการเข้ารับบริการ กรณีผู้มีสิทธิบัตรทองไม่สามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการประจำได้ เนื่องจากหน่วยบริการปิดหรือต้องอพยพ สามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการอื่นได้ทั้งในและนอกจังหวัด โดยหน่วยบริการที่ให้การรักษาสามารถเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการได้ตามหลักเกณฑ์ ส่วนการให้บริการด้านยาและเวชภัณฑ์ ตามประกาศ สปสช. เกี่ยวกับการจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ในกรณีของผู้ป่วยที่ต้องได้รับยาต่อเนื่องและมีความจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนยาตามความเหมาะสม ให้หน่วยบริการสามารถใช้ดุลยพินิจพิจารณาตามข้อตกลงในระดับพื้นที่ได้

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับการดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม กรณีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกเลือด หากต้องไปรับบริการฟอกไตในพื้นที่ปลอดภัย หน่วยบริการฟอกไตที่รองรับสามารถเพิ่มจำนวนการให้บริการเกินกว่าที่ สปสช. กำหนดได้ โดยแจ้งข้อมูลศักยภาพการให้บริการไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณา นอกจากนี้ยังมีการผ่อนผันกติกาเป็นกรณีพิเศษสำหรับเครื่องฟอกไต กรณีย้ายเครื่องฟอกไตไปสมทบที่หน่วยบริการแห่งใหม่เพื่อให้บริการผู้ป่วยเพิ่มเติมจากที่ได้ลงทะเบียนกับ สปสช.ไว้ สามารถดำเนินการได้ โดยให้ประสานไปยัง สปสช.เขตแต่ละพื้นที่ เพื่อดำเนินการ

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ส่วนผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงสิทธิบัตรทอง ที่ไม่สามารถเข้ารับบริการตามแผนงานฯ การดูแลรายบุคคลเดิมภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น (กปท.) สามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่หน่วยบริการอื่น โดยให้หน่วยบริการรับค่าใช้จ่ายฯ จากสำนักงานฯ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในแต่ละประเภทบริการที่เข้ารับการดูแลรักษา ในแต่ละประเภทบริการ การประสานงานและการสนับสนุน โดย อปท. สามารถสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินโครงการหรือกิจกรรมในสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นได้ โดยถือเป็นกรณีภัยพิบัติตามความจำเป็น รวมถึงการจัดบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ การสนับสนุนผ้าอ้อมและแผ่นรองซับขับถ่าย โดยเป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ฯ กปท.

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า นอกจากนี้ในส่วนการแสดงตนยืนยันสิทธิเมื่อสิ้นสุดการรับบริการ ให้หน่วยบริการใช้วิธีการยืนยันตัวตนโดยคำนึงถึงความสะดวกและความจำเป็นของผู้รับบริการ หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจดำเนินการได้ ให้แจ้งเหตุความไม่สะดวกในการดำเนินการเป็นรายกรณี สำหรับการติดต่อประสานงาน สามารถติดต่อผ่าน สปสช. เขต หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดได้