‘พัฒนา’ เปิดเวทีหลักประกันสุขภาพ ชี้โลกยอบรับระบบของไทย หนุน SAFE สร้างความมั่นคง

11.12.25 | 16:43 น.

‘พัฒนา’ เปิดเวทีหลักประกันสุขภาพ ชี้โลกยอบรับระบบของไทย หนุน SAFE สร้างความมั่นคง

วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พ.ศ.2568 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 13 ธันวาคม 2568 ภายใต้ธีม “SAFE financing : การเงินการคลังเพื่อระบบสุขภาพไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง” ซึ่ง 17 องค์กรด้านสุขภาพและสาธารณสุขร่วมกันจัดขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระบบสาธารณสุขของประเทศ ได้มีส่วนร่วมในการเสนอและขับเคลื่อนยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย ผ่านการศึกษาวิจัยจากผลงานทางวิชาการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย โดยมี ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พญ.แคทธารีนา โบห์มี (Catharina Boehme) รักษาการผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียระดับเอเชียใต้-ตะวันออกขององค์การอนามัยโลก (WHO South-East Asia Region) นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ประธานอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวปาฐกถา พร้อมด้วยนักวิชาการ ผู้ให้บริการ และภาคประชาชนเข้าร่วมที่โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ (รางน้ำ) กรุงเทพมหานคร

 

นายพัฒนา เปิดเผยว่า กว่า 2 ทศวรรษที่ประเทศไทยขับเคลื่อนนโยบายระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ได้รับการยอมรับจากเวทีโลก ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยประชาชนคนไทยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และยังเป็นระบบที่ทำให้ประเทศไทยมีรากฐานการดูแลสุขภาพของคนในประเทศอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม ทั้งนี้ในปัจจุบัน ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและระบบสาธารณสุขของประเทศกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยา สุขภาพ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการรักษาโรคในยุคใหม่ๆ ที่ต้องเดินหน้าทุกมิติร่วมกัน รวมถึงความท้าทายที่ต้องจัดการสำหรับสังคมผู้สูงอายุ ที่ในอนาคตก็น่าจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

Advertisement

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเน้นย้ำ และร่วมกันช่วยประชาชนในการดูแลสุขภาพ ทั้งในด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และการรักษาพยาบาล ที่ต้องมีประสิทธิภาพ และสอดรับกับการเงินการคลังในระบบสุขภาพ โดยในทิศทางอนาคตในระดับนโยบาย และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนโดยใช้หลัก “SAFE” ประกอบด้วย Sustainability ความยั่งยืน Adequacy ความเพียงพอ Fairness ความเป็นธรรม และ Efficiency ความมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็น 4 ข้อหลักที่จะใช้เป็นหลักการในการขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั้งในระดับนโยบาย งานศึกษาวิจัยของภาควิชาการ และการนำไปปฏิบัติใช้

“อีกประเด็นสำคัญที่จะช่วยทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพฯ เดินหน้าได้อย่างมีความมั่นคง ยั่งยืน หน่วยงานบริหารจัดการกองทุนสุขภาพในระบบต้องมีธรรมาภิบาล มีการลงทุนอย่างเหมาะสมถูกต้องเพื่อลดภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการหาแนวทาง ทิศทางการดำเนินการที่จะทำให้หน่วยบริการ โรงพยาบาล ที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชน อยู่ได้อย่างมั่นคง มีความแข็งแรง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ภาควิชาการ จะได้ร่วมกันคิด แลกเปลี่ยน รวมถึงศึกษาวิจัยเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพฯ ไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ระบบสุขภาพทั้งระบบ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยก โรงพยาบาล มีความมั่นคง ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพในการให้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน” นายพัฒนา กล่าว

ศ.นพ.สิริฤกษ์ กล่าวว่า ภาควิชาการจะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่จะช่วยให้เกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ ที่จะเกิดประโยชน์กับประชาชนโดยตรง อีกทั้ง ภาควิชาการจะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางระบบสุขภาพ และระบบสาธารณสุขของประเทศในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา งานภาควิชาการได้ช่วยทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเดินหน้ามาได้ตลอดกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งความมุ่งเน้นภาควิชาการมาตอบโจทย์ระบบสุขภาพของประเทศใน 2 ด้านสำคัญ คือ ความก้าวหน้าทางการแพทย์ และระบบบริการที่ดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยมีโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสำเร็จยังมีความท้าทายให้จัดการ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในระบบสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ทรัพยากรของประเทศก็ยังมีข้อจำกัด ทั้งด้านเงินงบประมาณ บุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งเป็นโจทย์ที่สำคัญต่อระบบสุขภาพของประเทศในปัจจุบัน และอนาคตที่ภาควิชาการต้องมาร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อเดินหน้าระบบต่อไป

ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า จุดสำเร็จของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ผ่านมาคือ ประเทศไทยมีระบบสุขภาพ และระบบสาธารณสุข ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ระดับทุติยภูมิ และระดับตติยภูมิเป็นจุดเชื่อมร้อยการดูแลสุขภาพของประชาชนที่สำคัญเข้าด้วยกัน อีกทั้ง ยังมีการลงทุนผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเข้ามาช่วยระบบ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเดินหน้ามาถึงปัจจุบัน และดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุม อย่างไรก็ดี ปัจจุบันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากำลังเจอความคุกคาม 2 เรื่องสำคัญ คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดเร็วกกว่าที่คาด และสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ เวทีการประชุมดังกล่าว มีธีมหลักสำคัญคือ “SAFE financing : การเงินการคลังเพื่อระบบสุขภาพไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งหลักการนี้จะเชื่อมโยงมายังระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการพัฒนาขับเคลื่อนระบบในอนาคต ที่ครอบคลุมการทำให้ระบบมีความยั่งยืน โดยเฉพาะการเงินการคลังที่ต้องมั่นคงในระยะยาว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ต่อเนื่อง แม้ในช่วงผันผวนของเศรษฐกิจ หรือช่วงภาระโรค