สธ.ร่วมเชิญชวนคนไทยบริจาคอวัยวะ ถวายเป็นพระราชกุศล ‘พระพันปีหลวง’

12.12.25 | 13:58 น.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสภากาชาดไทยและภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ชมรมผู้ประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ร่วมกันเปิดช่องทางรับบริจาคอวัยวะและดวงตา ในโครงการแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตาถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป้าหมายคือการเพิ่มจำนวนผู้บริจาคอวัยวะและถือบัตรผู้มีเจตจำนงในการบริจาคอวัยวะและดวงตา ให้เพิ่มขึ้น จำนวน 930,000 คน “หนึ่งการให้ ต่อชีวิตใหม่นับพัน คืนวันดวงตาสว่าง สร้างวัฒนธรรมการบริจาคที่ยั่งยืน” เป็นการทำบุญสร้างกุศลช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น และยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมสังคมแห่งการให้ โดยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคอวัยวะและดวงตาในโครงการนี้ด้วย

ในวันเดียวกัน น.ส.จิตศ์ตราฏ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และประชาชน ร่วมพิธีบําเพ็ญกุศลและแสดงความอาลัยในวาระปัญญาสมวาร (50 วัน) แห่งการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเยี่ยมชมการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” รับบริจาคโลหิตและแสดงความจำนงเป็นผู้บริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

น.ส.จิตศ์ตราฏ์ กล่าวว่า การบริจาคโลหิต บริจาคดวงตาและอวัยวะ ถือเป็นการทำความดีและสร้างกุศลครั้งใหญ่ เพราะสามารถช่วยต่อชีวิตให้แก่ผู้ป่วยได้จำนวนมาก โดยผู้บริจาคอวัยวะ 1 ราย สามารถนำไปช่วยชีวิตผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะได้ถึง 8 ราย ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายส่งเสริมพัฒนาระบบบริจาคอวัยวะและการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้รับบริจาค เพิ่มคุณภาพบริการและการเข้าถึงบริการให้มากขึ้น จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมบริจาคโลหิตและแสดงความจำนงบริจาคดวงตาและอวัยวะ ได้ที่สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง หรือแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะผ่านช่องทางออนไลน์ที่ แอพพลิเคชั่น “บริจาคดวงตา-อวัยวะ” สภากาชาดไทย, แอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” หรือ Line OA “หมอพร้อม”

ด้าน นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับสภากาชาดไทยดำเนินโครงการแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตาถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยรณรงค์ประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการแสดงเจตจำนงให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ ประกอบด้วย จุดบริการในโรงพยาบาล (รพ.) สังกัดกรมการแพทย์ อาทิ รพ.ราชวิถี จุดบริการใน รพ.ประจำจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสำนักงานสาธารณสุงจังหวัดประจำจังหวัด จุดบริการภาคีเครือข่าย กรมการปกครอง-จุดทำบัตรประชาชน กรมขนส่งทางบก-จุดทำใบขับขี่ ช่องทางออนไลน์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติผ่านแพลตฟอร์ม Living Will ออนไลน์ที่ https://e-livingwill.nationalhealth.or.th รวมถึงช่องทางหลักของศูนย์รับบริจาคอวัยวะและศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทยที่ https://eyeorgandonate.redcross.or.th/donate

“ผู้ที่แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตาแล้วจะได้รับ Donor Card จากสภากาชาดไทย เพื่อยืนยันสถานะผู้บริจาค โดยสภากาชาดไทยเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการและจัดสรรอวัยวะดวงตาให้แก่ผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายของประเทศไทย ขอเชิญชวนผู้ที่ได้สมัครบริจาคอวัยวะดวงตาแล้ว ร่วมเปลี่ยนรูปโปรไฟล์บนโซเชียลมีเดียเป็นภาพถือ Donor Card เพื่อเผยแพร่การให้ครั้งยิ่งใหญ่ และร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นสมัครตาม” นพ.ณัฐพงศ์ กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ กรมการแพทย์ยังคงส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านการบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อเพิ่มศักยภาพและขยายบริการการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ ดวงตา ในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ผ่านหลักสูตรสำคัญ อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการเจรจาขอรับบริจาคอวัยวะในส่วนภูมิภาค การอบรมการผ่าตัดนำไตออกจากผู้บริจาคอวัยวะสมองตาย การอบรมหลักสูตร EOD (Eye and Organ Donation) Leadership เสริมสมรรถนะผู้นำ, การอบรมเชิงปฏิบัติการ TCWN-PC บูรณาการดูแลระยะท้ายกับการบริจาคดวงตา พัฒนาโปรแกรมบันทึกข้อมูลผู้บริจาคเชิงรุกสนับสนุนมาตรการค้นหาผู้บริจาคอวัยวะสมองตายและผู้เสียชีวิตที่บริจาคดวงตาครอบคลุมโรงพยาบาลเป้าหมาย 134 แห่งทั่วประเทศ การดำเนินงานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคี ได้แก่ สภากาชาดไทย สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย และชมรมพยาบาลประสานงานการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย