เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน อนุกรรมาธิการและเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาฯ นัดแรกเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและเป็นระบบเพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับพัฒนาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ภายในระยะเวลา 90 วัน คณะฯ มีภารกิจ 6 ประการที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ ศึกษาโครงสร้างงบประมาณและกลไกการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง พัฒนาระบบบริหารจัดการและธรรมาภิบาลเพื่อความยั่งยืนทางการเงินและประสิทธิภาพ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน วิเคราะห์และปรับปรุงกฎหมายระเบียบให้ทันสมัย จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินงาน 90 วันนี้มีประสิทธิผลสูงสุด คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ระดมสมองจากผู้มีประสบการณ์ตรงและประเด็นปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมา จนได้กลั่นกรองเป็น 7 กลุ่มปัญหาหลักที่เป็นจุดศูนย์กลางของความท้าทายทั้งหมด ได้แก่ 1.กลุ่มปัญหาด้านงบประมาณและต้นทุน เกี่ยวกับความไม่สอดคล้องระหว่างอัตราจ่ายกับต้นทุนบริการจริง ปัญหาการจ่ายเงินล่าช้า และผลกระทบต่อสภาพคล่องของหน่วยบริการ 2.กลุ่มปัญหาด้านการบริหารจัดการและธรรมาภิบาล ปัญหาความเป็นธรรมและประสิทธิภาพ รวมทั้งปัญหาโครงสร้างบอร์ดและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 3.กลุ่มปัญหาด้านระบบการตรวจสอบและควบคุม เกี่ยวกับความเป็นอิสระและการที่สปสช. เป็นทั้งผู้ให้เงิน ผู้ควบคุม และผู้ตรวจสอบ 4.กลุ่มปัญหาด้านกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ บทบัญญัติที่ล้าสมัยในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545
ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า 5.กลุ่มปัญหาด้านข้อมูลและระบบ IT ปัญหาเชิงเทคนิคและธรรมาภิบาลข้อมูลระหว่างสปสช. และหน่วยบริการ 6.กลุ่มปัญหาด้านความร่วมมือและการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของผู้ให้บริการและภาควิชาชีพในการกำหนดนโยบาย 7.กลุ่มปัญหาด้านผลกระทบเชิงระบบ อิทธิพลต่อบุคลากรทางการแพทย์ คุณภาพบริการ และขวัญกำลังใจของผู้ให้บริการ ทั้งนี้ ได้แบ่งการทำงานใน 90 วันออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เชิงลึก โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูล จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และวิเคราะห์ประเด็นปัญหาตามกรอบ 7 ด้านอย่างเป็นระบบ ระยะที่ 2 ศึกษาดูงานและสังเคราะห์ข้อเสนอ โดยลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เช่น โรงพยาบาลราชวิถี และองค์การเภสัชกรรม (GPO) เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการปฏิบัติงานจริง พร้อมเริ่มร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และระยะที่ 3 ทบทวนและจัดทำรายงาน จัดทำรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์พร้อมข้อเสนอแนะสุดท้าย
“การศึกษาจะนำมาซึ่งผลผลิต 3 ประการหลัก ได้แก่ รายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ที่มีการวิเคราะห์ปัญหา 7 กลุ่มอย่างรอบด้าน ชุดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแบ่งเป็นระยะสั้นและระยะยาว และร่างข้อเสนอแก้ไขพ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติพร้อมประเด็นและมาตราที่ควรแก้ไข เพื่อให้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน นี่คือเป้าหมายสุดท้ายของการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ จะดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักการ และทำงานอย่างเต็มความสามารถ” ภก.อนันต์ชัย กล่าว

