เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568 มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญหลายเรื่องที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับแรงงาน ลูกจ้าง หลักๆ เช่น 1.ลาคลอดบุตร เพิ่มจาก 98 เป็น 120 วัน และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในระหว่างลาคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานไม่เกิน 60 วัน ผู้ประกันตนประกันสังคมอาจได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรตามสิทธิของประกันสังคม 2.ลาดูแลบุตรป่วย เพิ่มสิทธิลาได้อีก 15 วัน ในกรณีบุตรเจ็บป่วย พิการ หรือมีความผิดปกติ โดยได้รับค่าจ้าง ร้อยละ 50 3.ลาช่วยภรรยาคลอดบุตร เป็นครั้งแรกในกฎหมายไทย ให้สิทธิคู่สมรสลาได้ 15 วัน ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน และ 4.คุ้มครองลูกจ้างจ้างเหมาบริการในหน่วยงานรัฐ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าลูกจ้างทั่วไป ทั้งค่าแรง วันหยุด และสิทธิการลา
น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า สำหรับการลาคลอด 120 วันนั้นเป็นทางหนึ่งของสิทธิแรงงานสตรี ซึ่งเป็นการหยุดลาเพื่อดูแลลูก โดยที่ยังได้รับเงินค่าจ้าง ซึ่งสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันที่ประเทศไทยมีเด็กเกดน้อย ดังนั้นเรื่องนี้ก็จะส่งเสริมให้คนอยากมีบุตรมากขึ้นได้ ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นกฎหมายที่ถูกกำหนดออกมาแล้ว แต่ในความเป็นจริงที่พบว่าลูกจ้างหรือนายจ้าง ที่มีการทำข้อตกลงกันเพิ่มเติม เช่น ลูกจ้างต้องการลาไม่ถึง 120 วัน แล้วกลับมาทำงาน ซึ่งได้รับเงินค่าจ้างตามปกติ หรือถ้านายจ้างขาดกำลังคนจริงๆ แล้วลูกจ้างเต็มใจที่จะมาทำงาน แบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่ายคุยกันได้ แต่กฎหมายที่ออกมาเป็นเพียงขอบเขตที่ถูกกำหนดมาเพื่อให้เป็นมาตรฐานว่า ลูกจ้างหญิงสามารถลาคลอดได้ 120 วัน
“ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าผู้หญิงก้าวเข้าสู่การทำงานได้มากกว่าผู้ชายแล้ว ดังนั้นกฎหมายให้เวลากับเขา นอกจากส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและครอบครัวเขาแล้ว ยังส่งผลให้คุณภาพสังคมดีขึ้นเป็นลูกโซ่ ซึ่งความต้องการที่จะไม่ลา ก็เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องคุยกันได้” น.ส.ตรีนุช กล่าว
เมื่อถามว่ากรณที่ลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจถูกกดดันให้ลาออกจากงาน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า เชื่อว่าเมื่อเป็นกฎหมายมาแล้วนั้น นายจ้าง ผู้ประกอบการก็พร้อมจะให้ความร่วมมือในการดูแลลูกจ้างตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจ้างงานในกรณีดังกล่าว ขอให้ร้องเรียนมาที่กระทรวงแรงงาน หรือติดต่อที่สายด่วน 1506 เพื่อแจ้งข้อมูลความไม่เป็นธรรม โดยยืนยันว่ากระทรวงแรงงานจะเข้าไปดูแลให้ได้รับความเป็นธรรมตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลาคลอดได้สูงสุด 120 วัน โดยนับรวมวันหยุดไม่ว่าจะลาก่อนหรือหลังคลอด ขณะที่ คุณพ่อหรือคู่สมรสสามารถลาเพื่อช่วยเหลือดูแลแม่และทารกได้ 15 วัน โดยต้องใช้สิทธิภายใน 90 วันหลังคลอด ไม่นับรวมวันหยุด โดยได้รับค่าจ้าง 100% นอกจากนั้น ยังเพิ่มสิทธิลาเพิ่มกรณีลูกป่วย ตามใบรับรองแพทย์ คุณแม่สามารถลาเพิ่มได้อีก ไม่เกิน 15 วัน นับรวมวันหยุด และจะได้รับค่าจ้าง 50% ของค่าจ้างปกติ ทั้งนี้ กฎหมายเพิ่มความชัดเจนขึ้นมา ดังนี้ นายจ้างห้ามเลิกจ้างเพราะลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ หรือการใช้สิทธิลาคลอด หากเกิดข้อพิพาทสามารถร้องเรียนสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ และสามารถใช้สิทธิลาคลอด 120 วัน ในการตั้งครรภ์ทุกครั้งไม่ใช่สิทธิสะสมต่อปี

