กรมควบคุมโรค เปิดศูนย์ EOC ส่งเวชภัณฑ์และทีมสาธารณสุข ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เข้มมาตรการเฝ้าระวังโรคในศูนย์พักพิงชั่วคราว
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาส่งผลกระทบต่อสถานบริการสาธารณสุขบางแห่ง ทำให้จังหวัดชายแดนต้องอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งส่งผลให้จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ต้องเร่งจัดระบบบริการสาธารณสุขให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า การอยู่รวมกันจำนวนมากในศูนย์พักพิงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน จึงต้องมีการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ด้านสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพน้ำดื่ม–น้ำใช้ ความสะอาดของพื้นที่ การกำจัดขยะ และการควบคุมสัตว์พาหะ เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน

กรมควบคุมโรคยังได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของศูนย์พักพิงและให้คำแนะนำด้านสุขอนามัยแก่ประชาชน เช่น การจัดการน้ำ การแยกขยะ และการลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรค ทั้งนี้ การเปิดศูนย์ EOC มีบทบาทสำคัญในการประเมินสถานการณ์ ประสานข้อมูล และกำกับมาตรการควบคุมโรคให้เป็นไปอย่างเป็นระบบ
“ขอให้ประชาชนในศูนย์พักพิงสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ ท้องเสีย ผื่น หรือเหนื่อยหอบ หากพบอาการดังกล่าวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม” นพ.มณเฑียร กล่าว
และว่า กรมควบคุมโรคขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422



