สมาพันธ์แพทย์รพ.ศูนย์ แถลงการณ์ จี้เร่งปฏิรูปโครงสร้างระบบหลักประกันสุขภาพ หยุดวิกฤตรพ.ไทย

15.12.25 | 10:50 น.

สมาพันธ์แพทย์รพ.ศูนย์ แถลงการณ์ จี้เร่งปฏิรูปโครงสร้างระบบหลักประกันสุขภาพ หยุดวิกฤตรพ.ไทย

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” ระบุว่า

แถลงการณ์ สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย

เรื่อง ความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปโครงสร้างระบบหลักประกันสุขภาพ เพื่อหยุดยั้งวิกฤตโรงพยาบาลไทย

ระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้างที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศถูกบีบด้วยกติกาที่ทำให้ ขาดสภาพคล่องเรื้อรัง ทรัพยากรลดลง และคุณภาพบริการถดถอยต่อเนื่อง หากไม่เร่งแก้ไขอย่างตรงจุด ระบบสาธารณสุขอาจถอยหลังจนถึงขั้นที่ประชาชนไม่อาจยอมรับได้

Advertisement

ปัญหาไม่ได้เกิดจากการบริหารผิดพลาดของโรงพยาบาล แต่เกิดจาก โครงสร้างและกติกาที่ไม่เป็นธรรม โรงพยาบาลถูกบังคับให้รักษาผู้ป่วยแบบ ไร้ขีดจำกัด (ปลายเปิด) แต่ได้รับงบประมาณแบบ จำกัด (ปลายปิด) และต่ำกว่าต้นทุนจริง ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลจำนวนมากถูก ปรับเกณฑ์ย้อนหลัง จนกลายเป็นลูกหนี้ในทันที แม้เกณฑ์ดังกล่าวจะถูกยกเลิกแล้ว แต่การชดเชยต้องรอ งบกลางของรัฐบาล ซึ่งยังไม่ได้รับอนุมัติ ทำให้สถานการณ์สภาพคล่องยังวิกฤตหนัก

ในช่วงที่ผ่านมา มีความพยายามผลักให้สังคมจดจ่อกับ “สงครามตัวเลข” ระหว่างต้นทุน 13,000 บาทต่อ AdjRW กับอัตราจ่าย 8,350 บาท ราวกับว่าการเพิ่มงบคือคำตอบ แต่สมาพันธ์ฯ เห็นชัดว่า นี่คือการเบี่ยงประเด็นออกจากปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะต่อให้ปรับเป็น 10,000 หรือ 13,000 บาท หากกติกาและโครงสร้างยังผิดเพี้ยน โรงพยาบาลก็ยังคงขาดทุนและระบบก็ยังไม่ยั่งยืนเช่นเดิม

สิ่งที่ทำให้ระบบสุขภาพไทยเข้าสู่ภาวะเสื่อมถอย ไม่ใช่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง แต่คือการที่ผู้ซื้อบริการ (purchaser) และผู้ให้บริการ (provider) ปะปนบทบาทกันโดยไร้กลไกถ่วงดุล กองทุนทำทั้งการกำหนดกติกา จ่ายเงิน ตรวจสอบ ลงโทษ และสนับสนุนกิจกรรมที่ไม่ใช่งานจัดซื้อบริการ เช่น งานวิจัยหรือกิจกรรม NGO ในขณะที่โรงพยาบาลไม่มีส่วนร่วมกำหนดกติกา แต่ต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงและความเสียหายแต่เพียงฝ่ายเดียว

ที่สำคัญที่สุดคือ โครงสร้างบอร์ด สปสช. ที่แทบไม่เคยเปลี่ยนแปลงจริง กลุ่มบุคคลเดิมผลัดกันบริหารกองทุนมานานโดยขาดความหลากหลายของผู้เชี่ยวชาญ และไม่มีตัวแทนจากหน่วยบริการที่ปฏิบัติงานจริง ส่งผลให้กติกาและนโยบายถูกออกแบบจากมุมมองที่ไม่สอดคล้องกับภาคปฏิบัติ และสร้างความเสียหายสะสมต่อโรงพยาบาลทั่วประเทศ

ความรับผิดชอบของบอร์ด สปสช.

ปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นผลจากการตัดสินใจและการบริหารงานของ คณะกรรมการบอร์ด สปสช. ซึ่งต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาล บุคลากร และประชาชน สมาพันธ์ฯ เห็นว่า หากบอร์ดไม่สามารถแก้ไขหรือฟื้นฟูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากกติกาที่ตนเองกำหนดได้ จำเป็นต้องดำเนินการตามลำดับความรับผิดชอบ ได้แก่

(1) การลาออกทั้งคณะเพื่อเปิดทางการปฏิรูป

(2) หากไม่ลาออก ต้องมีการพิจารณาให้ออกจากตำแหน่งตามกระบวนการ

(3) การตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมาย หากพบว่าการบริหารหรือการละเลยหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐหรือประชาชน

ตำแหน่งในบอร์ดกองทุนสุขภาพขนาดใหญ่ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบสูงสุด ไม่ใช่เพียงการหมุนเวียนของกลุ่มเดิม ๆ โดยปราศจากผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพไทย

ข้อเสนอเชิงโครงสร้างเพื่อฟื้นฟูระบบสุขภาพของประเทศ

  1. จำกัดบทบาท สปสช. ให้ทำหน้าที่ “ผู้ซื้อบริการ (Purchaser)” อย่างแท้จริง

ไม่ซ้ำซ้อนกับบทบาทด้านบริการ กำกับคุณภาพ หรือกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่ภารกิจของผู้ซื้อบริการ

  1. ปรับระบบจ่ายเงินให้สะท้อนต้นทุนจริง และยุติการปรับกติกาย้อนหลังทุกรูปแบบ
  2. เร่งรัดรัฐบาลให้ออกงบกลางเพื่อชดเชยผลกระทบจากเกณฑ์ย้อนหลังทันที
  3. แยกเงินเดือน และค่าตอบแทนของบุคลากร ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว เพื่อให้งบในการดูแลประชาชนลงไปถึงหน่วยบริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
  4. งบกองทุนต้องถูกใช้เพื่อการดูแลผู้ป่วยเป็นภารกิจแรก โดยยุติการใช้งบในงานที่ไม่ใช่บทบาทของผู้ซื้อบริการ เช่น งานวิจัย การสนับสนุน NGO หรือกิจกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น เพื่อไม่ให้ทรัพยากรของระบบสุขภาพรั่วไหลจากงานบริการจำเป็นของประชาชน
  5. การพัฒนาระบบปฐมภูมิ การป้องกันโรค และงานสร้างเสริมสุขภาพ ควรอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานเฉพาะด้าน เช่น สสส. โดย สปสช. ทำหน้าที่จัดซื้อบริการตามมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้น เพื่อไม่ให้บทบาทซ้ำซ้อนและสอดคล้องกับภารกิจหลักของแต่ละองค์กร
  6. การกำกับคุณภาพบริการและการติดตามสภาพคล่องของโรงพยาบาล ควรเป็นบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรกำกับอิสระ ไม่ใช่บทบาทของผู้ซื้อบริการ เพื่อป้องกันความขัดกันของผลประโยชน์และทำให้ข้อมูลที่ใช้ในการจัดซื้อบริการมีความเป็นกลางและเชื่อถือได้

ประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้โรงพยาบาลต้องยืนอยู่บนความเสี่ยงเช่นนี้ และประชาชนไม่ควรต้องอาศัยระบบสุขภาพที่ถูกบีบด้วยกติกาที่ไม่เป็นธรรม

วันนี้คือจุดตัดสินใจของประเทศ ว่าจะปกป้องระบบสุขภาพของประชาชน หรือจะยอมให้มันทรุดลงอย่างช้า ๆ จนสายเกินแก้

สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป จะยืนหยัดเรียกร้องจนกว่าจะเกิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่แท้จริง เพื่อระบบสุขภาพที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน

สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป

๗ ธันวาคม ๒๕๖๘

Screenshot