ผู้บริหารไดกิ้น พบ ตรีนุช ขออภัยเหตุพิพาท สหภาพแรงงาน ชี้ทำลูกจ้าง-นายจ้าง สามัคคีมากขึ้น

15.12.25 | 17:50 น.

ผู้บริหารไดกิ้น พบ ตรีนุช ขออภัยเหตุพิพาท สหภาพแรงงาน ชี้ทำลูกจ้าง-นายจ้าง สามัคคีมากขึ้น

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 นายสึโทมุ คูริฮาระ ประธาน บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ เข้าพบ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) นายประสิทธิ์ ปาตังคะโร ผู้ตรวจราชการ กสร. นายเชิดศักดิ์ อุ่นคำ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่กระทรวงแรงงาน ภายหลังข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและสหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะ รักษ์เสรี ได้ข้อยุติ

น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด และขอแสดงความยินดีที่ทุกฝ่ายสามารถเจรจาและบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ด้วยดี พร้อมทั้งขอบคุณบริษัทที่มีนโยบายให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันของทุกฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายในปัจจุบัน ซึ่งการที่บริษัทให้ความใส่ใจและดูแลผู้ใช้แรงงานถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเหตุการณ์ที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มอบหมายให้  กสร.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ

“กระทรวงแรงงานพร้อมให้การสนับสนุนบริษัทในทุกมิติด้านแรงงาน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบธุรกิจควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของผู้ใช้แรงงาน พร้อมยืนยันว่า กระทรวงแรงงานจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างนายจ้างและลูกจ้างอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์แรงงานที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว” น.ส.ตรีนุชกล่าว

Advertisement

ด้านนายสึโทมุกล่าวว่า บริษัทขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้หลายฝ่ายเกิดความไม่สบายใจ และว่าด้วยความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกภาคส่วน จึงทำให้สถานการณ์สามารถคลี่คลายลงได้ด้วยดี ทั้งนี้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ที่พยายามทำความเข้าใจนโยบายของบริษัทและสามารถสื่อสารกับทุกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเจ้าหน้าที่ กสร.ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเจรจา จนสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทจะยังคงสามารถดำเนินธุรกิจและเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป และเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นายจ้างและลูกจ้างมีความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากยิ่งขึ้น