กรมควบคุมโรคเร่งเฝ้าระวัง ‘ไข้เลือดออก’ ในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย–กัมพูชา

16.12.25 | 14:40 น.

กรมควบคุมโรคเร่งเฝ้าระวัง ‘ไข้เลือดออก’ ในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย–กัมพูชา

วันนี้ (16 ธันวาคม 2568) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุม กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออก เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยและป้องกันการระบาดในกลุ่มประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับมาตรการสำคัญที่กรมควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ประกอบด้วย 1.กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย สำรวจพื้นที่และเก็บกวาดขยะ รวมถึงจัดการแหล่งน้ำขัง 2.เฝ้าระวัง ติดตาม และรายงานผู้ป่วยในพื้นที่ศูนย์พักพิงอย่างเป็นระบบ 3.วิเคราะห์สถานการณ์โรคเพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงและวางแผนควบคุมโรคได้อย่างตรงจุด 4.ควบคุมยุงตัวเต็มวัย ด้วยการพ่นสารเคมีในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยหรือพื้นที่ที่มีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูง 5.เฝ้าระวังอาการผู้ป่วย โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสถานพยาบาลในพื้นที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด 6.ตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจไข้เลือดออกแบบรวดเร็ว (Dengue NS1) เพื่อช่วยให้วินิจฉัยโรคได้รวดเร็วภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ 7.สื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันยุงกัด การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และการสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก 8.ป้องกันยุงกัดในศูนย์พักพิง ด้วยการติดตั้งมุ้งลวด ตาข่ายกันยุง และแจกผลิตภัณฑ์ทากันยุง รวมถึงมุ้งครอบ 9.ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 72 ชั่วโมงแรก เพื่อควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที

นพ.มณเฑียร กล่าวว่า กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว ป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด โดยทาผลิตภัณฑ์กันยุงในบริเวณที่พ้นจากเสื้อผ้า สวมเสื้อผ้ามิดชิด นอนในมุ้ง หรือใช้อุปกรณ์กำจัดยุง และหมั่นสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีไข้สูง ปวดข้อ มีผื่น หรือสงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนค โดยให้ใช้ยาพาราเซตามอลแทน ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

“ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลสุขภาพและร่วมกันลดความเสี่ยงการเกิดโรคติดต่อนำโดยแมลง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” นพ.มณเฑียร กล่าว