พัฒนา ห่วงสุขภาพจิตคนไทยจากเหตุสู้รบชายแดน เผยส่ง ‘Mobileเพื่อนใจ’ ลงพื้นที่ศูนย์อพยพแล้ว

17.12.25 | 17:27 น.

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ (เขตสุขภาพที่ 10) เพื่อติดตามสถานการณ์ และร่วมวางแผนระบบการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา

นายพัฒนา กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังคงตึงเครียดในหลายพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และฝ่ายความมั่นคง บริหารจัดการและจัดบริการด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิตให้กับประชาชนที่พำนักอยู่ในศูนย์พักพิงทุกแห่ง โดยที่จังหวัดอุบลราชธานีมี 95 ศูนย์ฯ ผู้เข้าพัก 36,721 คน เป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ 8,645 คน ได้จัดบุคลากรดูแล 950 คน ส่วนจังหวัดศรีสะเกษมี 523 ศูนย์ฯ ผู้เข้าพัก 113,110 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง 22,066 คน จัดบุคลากรดูแล 1,350 คน

นายพัฒนา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีทีมปฏิบัติการ ทั้ง ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ MERT /Mini-MERT, ทีมปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง (ALS), ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค, ทีมปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม, ทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้านห้องปฏิบัติการและรังสี และทีมช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต รวม 242 ทีม ร่วมดูแลเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่างๆ ให้ความรู้ในการป้องกันโรค ดูแลด้านสุขอนามัย ดูแลสภาพจิตใจประชาชน รวมถึงมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้ามาร่วมดูแลด้านคุณภาพน้ำในศูนย์พักพิงฯ ด้วย

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้คือ สภาพจิตใจของผู้อพยพ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้คัดกรองสุขภาพจิตของประชาชนในศูนย์พักพิงของทั้ง 2 จังหวัด รวม 76,311 คน พบว่ามีความเครียดสูง 536 คน และเสี่ยงทำร้ายตนเอง 176 คน ในส่วนบุคลากรที่ปฏิบัติงาน คัดกรอง 1,688 คน พบมีความเครียดสูง 80 คน และเสี่ยงทำร้ายตนเอง 23 คน ซึ่งได้รับการปฐมพยาบาลทางใจแล้ว ได้กำชับให้ติดตามอย่างใกล้ชิดทุกราย และจัดรถ “Mobile เพื่อนใจ” สำหรับให้คำปรึกษา ประเมินความเครียดด้วยเครื่องมือ Biofeedback, VR และดูแลฟื้นฟูสุขภาพจิตประชาชนหรือที่ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังให้เน้นดูแลหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นหนึ่งกลุ่มเปราะบางที่สำคัญ โดยในศูนย์พักพิงฯ มี 184 ราย ได้จัดบริการคัดกรองสุขภาพและติดตามอายุครรภ์อย่างใกล้ชิด หากพบภาวะเสี่ยงจะส่งต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อให้ทั้งแม่และทารกปลอดภัย