เปิด 3 นวัตกรรมเด่น เชื่อมเกษตร-สุขภาพ-เศรษฐกิจ
ในวันที่ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ “งานวิจัย” ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างองค์ความรู้ใหม่ หากแต่ต้องตอบคำถามว่า จะเปลี่ยนชีวิตผู้คนและโครงสร้างประเทศได้อย่างไร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA คือหนึ่งในกลไกสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนงานวิจัยเกษตรไทยให้ก้าวพ้นห้องปฏิบัติการ สู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบเศรษฐกิจและสุขภาพของประเทศ ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยมหิดล
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า ARDA มองงานวิจัยด้านการเกษตรในมิติที่กว้างกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหรือเพิ่มผลผลิต แต่คือ “กลไกเชิงยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกร วัตถุดิบ ระบบสาธารณสุข ไปจนถึงเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ
“เราต้องการยกระดับงานวิจัยไทยให้ตอบโจทย์ทั้งนโยบายรัฐบาล ความต้องการของเกษตรกร และความท้าทายในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และการลดการพึ่งพาการนำเข้า” ดร.ทวีศักดิ์ กล่าว
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ.2566-2570 รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ARDA และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการคัดเลือก 3 ผลงานวิจัยเด่น ที่มีศักยภาพสูงในการขยายผลเชิงพาณิชย์ และสะท้อนภาพชัดเจนของการเชื่อม “เกษตร-สุขภาพ-เศรษฐกิจ” อย่างเป็นรูปธรรม
เปิดประตูพืชเศรษฐกิจสู่ยาอนาคต
CBD จากกัญชงไทย ทางเลือกใหม่รักษาอาการปวด ปลอดภัย ไร้ฤทธิ์เสพติด ผลงานแรกคือ นวัตกรรมการผลิตสารสกัด CBD จากกัญชงไทย ที่ต่อยอดพืชเศรษฐกิจสู่การใช้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะการรักษาอาการปวดในช่องปากและข้อต่อขากรรไกร ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและกระทบคุณภาพชีวิตผู้ป่วยจำนวนมาก งานวิจัยนี้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมา 2 สูตร ได้แก่ Canalog สำหรับอาการปวดในช่องปาก และ Canacream สำหรับอาการปวดข้อต่อขากรรไกร ทั้งสองสูตรผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว ให้ผลลดอาการปวดได้ เทียบเท่ายามาตรฐานสากล แต่มีความปลอดภัยสูงกว่า ไม่มีฤทธิ์เสพติด และสามารถผลิตจากวัตถุดิบที่ปลูกได้ในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาในระยะยาว
ดร.ทวีศักดิ์ ระบุว่า นี่คือภาพสะท้อนของการนำพืชเกษตรไทยมาสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมสุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดอนาคตที่มีศักยภาพสูง และยังช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกรไทย
นวัตกรรมภูมิคุ้มกันจากไก่ไข่
นวัตกรรมที่ช่วยลดต้นทุน 50% เสริมความมั่นคงระบบป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ผลงานที่สอง คือการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต อิมมูโนโกลบูลินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จากไก่ไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ แทนการใช้เลือดม้า ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่มีต้นทุนสูงและพึ่งพาการนำเข้า ผลลัพธ์ของงานวิจัยสามารถลดต้นทุนการผลิตจากเดิมขวดละ 700-800 บาท เหลือประมาณ 350 บาทต่อขวด ใช้ไข่เพียง 7 ฟองต่อการผลิต 1 ขวด และสามารถรองรับความต้องการของประเทศที่ประมาณ 100,000 ขวดต่อปี ด้วยไก่เพียง 2,000-4,000 ตัวเท่านั้น
“หากขยายผลได้เต็มศักยภาพ เทคโนโลยีนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ ลดภาระงบประมาณระบบสาธารณสุข และยังเปิดโอกาสให้ไทยก้าวเข้าสู่ตลาดอิมมูโนโกลบูลินโลก ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี” ดร.ทวีศักดิ์ กล่าว
อาหารทางการแพทย์สัญชาติไทย รายแรกของประเทศ
ผลงานที่สาม คือความสำเร็จของการพัฒนา อาหารทางการแพทย์จาก “น้ำนมผสมข้าว” นวัตกรรมจากนักวิจัยไทยรายแรก ที่สามารถใช้เป็นอาหารพร้อมบริโภคและอาหารทางสายให้อาหาร โดยมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนตามมาตรฐานสากล นวัตกรรมนี้สามารถทดแทนอาหารทางการแพทย์นำเข้า มูลค่ากว่า 300-500 ล้านบาทต่อปี พร้อมยกระดับวัตถุดิบเกษตรไทย ด้วยการเพิ่มมูลค่า ข้าวกล้องส่วนเหลือจากการขัดสี จากกิโลกรัมละ 10-20 บาท เป็น 180-200 บาท และช่วยแก้ปัญหาน้ำนมล้นคลัง ด้วยการใช้น้ำนมโคถึง 40% ของส่วนผสมทั้งหมด
ปัจจุบันอาหารทางการแพทย์ดังกล่าวผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจดอนุสิทธิบัตรแล้ว 2 สูตร ผลทดสอบทางคลินิกยืนยันค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI 20-28) ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ผลิตและจำหน่ายกว่า 345,600 กล่องต่อปี สร้างรายได้มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว อ้อย และโคนม รวมกว่า 725,760 บาทต่อปี หรือเติบโตถึง 600%
มหิดล-ARDA พันธมิตรงานวิจัยเพื่อสังคม
ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า ARDA มองมหาวิทยาลัยมหิดลไม่ใช่เพียงสถาบันผลิตบุคลากรทางการแพทย์ แต่คือ “พันธมิตรหลัก” ในการพัฒนางานวิจัยเกษตรสู่การใช้ประโยชน์จริงในสังคม เพราะมีความพร้อมทั้งบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ด้าน รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความร่วมมือกับ ARDA สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเชื่อมงานวิจัยเกษตรเข้ากับระบบสุขภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่ในห้องแล็บ แต่สร้างผลกระทบเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้จริง ผลงานทั้ง 3 เรื่อง จึงไม่ใช่เพียงตัวอย่างของความสำเร็จเชิงวิชาการ แต่คือบทพิสูจน์ว่า งานวิจัยเกษตรไทย สามารถเป็นคำตอบของปัญหาสุขภาพและเศรษฐกิจประเทศได้อย่างยั่งยืน
เมื่อการวิจัยไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “คำตอบ” การลงทุนในองค์ความรู้จึงกลายเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

