เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายังมีการปะทะในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ สุรินทร์ และสระแก้ว ส่งผลให้โรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเพิ่งกลับมาเปิดบริการเฉพาะฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ต้องปิดให้บริการทุกกรณีอีกครั้ง รวมสถานพยาบาลปิดบริการ 8 แห่ง ได้แก่ รพ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี, รพ.กาบเชิง รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์, รพ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์, รพ.ตาพระยา รพ.โคกสูง รพ.คลองหาด รพ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ได้รับผลกระทบ 240 แห่ง เปิดบริการปกติ 99 แห่ง เปิดบริการบางส่วน 11 แห่ง ยังคงปิดบริการ 130 แห่ง
นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวลดลงเหลือ 712 จุด ผู้เข้าพัก 121,317 ราย ยังคงให้การดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุขภายในศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเยียวยาด้านสุขภาพจิตผู้ที่มีความเครียดสูง 1,393 ราย และเสี่ยงทำร้ายตนเอง 276 ราย ซึ่งยังคงเหลือผู้มีความเครียดสูงที่ต้องติดตามดูแล 309 ราย และผู้เสี่ยงทำร้ายตนเอง 140 ราย ส่วนกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 9 เดือน – 5 ปี ได้สำรวจประวัติการรับวัคซีน และดำเนินการฉีดวัคซีนให้ตามเกณฑ์ รวมถึงจัดหน่วยบริการฟอกไตในพื้นที่ไว้รองรับผู้ป่วยโรคไตในศูนย์พักพิงที่ต้องฟอกไตทุกราย ทั้งนี้ เขตสุขภาพที่ 6 รายงานว่า พบการระบาดของเหาในศูนย์พักพิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของศูนย์อนามัยได้เข้าจัดการและสนับสนุนยากำจัดเหาแล้ว ขณะที่เขตสุขภาพที่ 10 มีการจัดรถ ANC Mobile บริการฝากครรภ์เคลื่อนที่ เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ภายในศูนย์พักพิงฯ ได้รับการดูแลครรภ์อย่างต่อเนื่อง


