สธ.มอบของขวัญปีใหม่ ให้วัคซีน PCV เด็กไทยลดตายจาก ‘นิวโมคอคคัส’

29.12.25 | 18:27 น.

สธ.มอบของขวัญปีใหม่ ให้วัคซีน PCV เด็กไทยลดตายจาก ‘นิวโมคอคคัส’

วันนี้ (29 ธันวาคม 2568) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานพิธีมอบของขวัญปีใหม่ 2569 กระทรวงสาธารณสุข “ร่วมสร้างการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม เพื่อสุขภาพเด็กไทยอย่างยั่งยืน” ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ โรงพยาบาล (รพ.) เด็ก โดยมี นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กฯ และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายพัฒนา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ 1.เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย ด้วยการมอบ “โอกาส” และ “ความปลอดภัย” ทางสุขภาพให้แก่เด็กไทย สร้างอนาคตที่แข็งแกร่งให้กับประเทศชาติ และ 2.เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วน เนื่องจากเชื้อนิวโมคอคคัสเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของเด็กไทย โดยในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี มีอัตราการติดเชื้อในกระแสเลือดสูงถึง 33.8 ต่อประชากรแสนคน

Advertisement

“สธ.จึงมอบของขวัญปีใหม่ให้กับเด็กไทยทุกคน ภายใต้แนวคิด ร่วมสร้างการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม เพื่อสุขภาพเด็กไทยอย่างยั่งยืน โดย 1.เร่งรัดการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV) โดยผลักดันและจัดหาวัคซีน PCV ที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าสู่แผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อลดอัตราป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบในเด็กไทย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 2.สร้างความเท่าเทียมด้านวัคซีน โดยจะทบทวนและปรับปรุงระบบการกระจายวัคซีน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ห่างไกล ชนบทหรือในเมืองหลวง สามารถเข้าถึงวัคซีนที่จำเป็นและวัคซีนเสริมได้อย่างเท่าเทียมและทันท่วงที และ 3.สื่อสารความเชื่อมั่น โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้ข้อมูลที่ถูกต้องและ
เป็นวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความสำคัญและความปลอดภัยของวัคซีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของประเทศ และให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนตามกำหนด ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของเด็กไทย เพราะจะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและปราศจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน” นายพัฒนา กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าวว่า สำหรับ Kids Care Premium Clinic จะสอดรับกับนโยบายยกระดับบริการของโรงพยาบาลรัฐ เพื่อลดความแออัดและลดระยะเวลารอคอย เป็นการก้าวไปอีกขั้นของระบบบริการสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพเด็ก ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรับบริการและเสริมระบบสุขภาพให้สมบูรณ์และครบวงจร ที่สำคัญ ยังแสดงให้เห็นถึงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสูงสุดของแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็ก ที่มุ่งเน้นทั้งความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสทำให้เกิดปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบรุนแรง
เป็นสาเหตุของการป่วยและเสียชีวิตของเด็กทั่วโลก โดยประเทศไทย พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัสสูงถึง ร้อยละ 11 แต่ยังไม่ได้บรรจุวัคซีน PCV ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว 170 ประเทศ มีการบรรจุวัคซีน PCV ลงในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแล้ว

“ประเทศไทยมีโครงการนำร่องในบางพื้นที่มาระยะหนึ่งแต่การเข้าถึงของเด็กไทยยังค่อนข้างจำกัด มีผู้ปกครองเพียงบางส่วนที่สามารถนำบุตรหลานมาฉีดได้ประมาณร้อยละ 10 – 20 ซึ่งการเข้าถึงวัคซีนถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคและลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ การมอบของขวัญปีใหม่ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เด็กไทยเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพครอบคลุมเชื้อก่อโรคได้ถึงกว่าร้อยละ 90 เพื่อปกป้องชีวิตจากโรคร้ายแรงที่ป้องกันได้” นพ.ณัฐพงศ์ กล่าว

ด้าน นพ.อาคม กล่าวว่า สถาบันสุขภาพเด็กฯ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับตติยภูมิขั้นสูง จึงมีผู้ป่วยเด็กรับบริการจำนวนมาก เกิดปัญหาความแออัดและการคอยรอรับบริการ โดยเฉพาะในคลินิกผู้ป่วยนอก จึงเปิดคลินิกบริการพิเศษ Kids Care Premium Clinic เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบายในการเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสูงสุด ภายใต้การบริหารจัดการเวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้รอรับบริการและลดความแออัดในคลินิกปกติ อีกทั้งยังเป็นต้นแบบในการพัฒนาการบริการทางการแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็กที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับพรีเมียม ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผสานกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลากหลายสาขาและการบริการที่เป็นเลิศ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์) ลงทะเบียนนัดหมายได้ที่ Line id @kids2633 สอบถามเพิ่มเติม โทร.1415 ต่อ 2633 (ในเวลาราชการ)