สถาบันประสาทฯ เอ็มโอยูพัฒนาการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วย ‘โรคลมชัก’

6.01.26 | 15:52 น.

สถาบันประสาทฯ เอ็มโอยูพัฒนาการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วย ‘โรคลมชัก’

วันนี้ (6 มกราคม 2569) นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย รวมกับ กรมการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา ลงนามความร่วมมือพัฒนาการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างถูกต้องและเหมาะสมของประเทศไทย เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยและพัฒนาระบบการส่งต่อ-รับกลับ ที่มีมาตรฐาน ตลอดจนเพิ่มการเข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียม

นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า ทั้งสองหน่วยงานต่างมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้านโรคลมชัก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านสาธารณสุขในประเทศ โดยความมุ่งหมายหลักเกิดขึ้นจากการเห็นความสำคัญว่า โรคลมชักส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ดังนั้น การวินิจฉัยที่รวดเร็ว การรักษาที่ถูกต้อง และการดูแลอย่างต่อเนื่องและครบวงจร จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมอาการ และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักให้มีมาตรฐานและประสิทธิภาพสูงสุด การส่งต่อผู้ป่วยอย่างเป็นระบบและการเข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียม

Advertisement

รศ.พญ.กนกวรรณ บุญญพิสิฏฐ์ นายกสามาคมโรคลมชักฯ กล่าวว่า ความร่วมมือเรื่องการพัฒนาการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างถูกต้องและเหมาะสมของประเทศไทย มีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักให้มีมาตรฐานและประสิทธิภาพสูงสุด ส่งต่อผู้ป่วยที่เป็นระบบอย่างครบวงจร และไร้รอยต่อ และเข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียม เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักของประเทศไทยอย่างเข้มแข็งต่อไป

นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเพื่อสร้างมาตรฐานการดำเนินงานด้านโรคลมชัก โดยได้พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วย การส่งเสริมศักยภาพบุคคล การบริหาร และวางแผนระบบการวินิจฉัยการรักษาโรคลมชักในทุกระดับบริการตั้งแต่ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ให้มีประสิทธิภาพครบวงจร ครอบคลุม ทุกเขตสุขภาพของประเทศไทย ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2565 สถาบันประสาทฯ มีเครือข่ายด้านโรคลมชักที่เข้าร่วมแล้วในทุกจังหวัดของเขตสุขภาพที่ 3, 4, 5, 9 และ 2 จำนวน 30 จังหวัด ประกอบด้วย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน รวมทั้งสิ้น 76 โรงพยาบาล และยังคงดำเนินต่อไป และความร่วมมือของสมาคมโรคลมชักฯ ซึ่งมีแนวทางและกิจกรรมร่วมกันจะส่งเสริมเครือข่ายในการประสานงาน และการดำเนินงานสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ป่วยโรคลมชักเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น