สภาผู้บริโภคจี้รัฐดันแก้อุบัติทางถนนเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ หยุดความสูญเสีย
จากกรณีอุบัติเหตุรถหกล้อรับ-ส่งนักเรียนเสียหลักพลิกคว่ำในพื้นที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 15 ราย นั้น
วันนี้ (7 มกราคม 2569) นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี เนื่องจากยังขาดมาตรการป้องกันและระบบเฝ้าระวังที่ชัดเจน ทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเด็กนักเรียนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยสาเหตุหลักมักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการขับขี่ที่ประมาท การใช้รถผิดประเภท รวมถึงการดัดแปลงสภาพรถโดยไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เช่น รถที่ใช้รับส่งนักเรียนมีลักษณะภายนอกเป็นรถตู้โดยสารแต่มีการถอดเบาะที่นั่งเดิม และติดตั้งเบาะแบบสองแถวเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการบาดเจ็บอย่างรุนแรง หากเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง
“ข้อมูลจากการรวบรวมแหล่งข่าวด้านอุบัติเหตุทางอินเตอร์เน็ตของสภาผู้บริโภค ระบุว่า ระหว่างปี 2566 – 2568 เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียน กว่า 80 ครั้ง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มากกว่า 780 ราย สภาผู้บริโภคจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ที่กำหนดให้เรื่องความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนเป็นวาระแห่งชาติ โดยควรมีกรอบระยะเวลาและตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อยกระดับการกำกับดูแลให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และลดการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายคงศักดิ์ กล่าว
นายคงศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้ผลักดันประเด็นความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการพัฒนาเกณฑ์ประเมินความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียน คาดว่า จะเปิดตัวได้ในช่วงประมาณเดือนมีนาคมนี้ เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการขยายผลสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้เกิดมาตรฐานกลางในการดูแลและกำกับความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
“นอกจากนี้ ในช่วงปี 2568 – 2570 สภาผู้บริโภคยังได้ดำเนินโครงการความร่วมมือสานพลังท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกคนขึ้นได้ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ การทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรผู้บริโภคใน 12 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด” นายคงศักดิ์ กล่าวและว่า ช่วงปี 2566 – 2568 สภาผู้บริโภคได้ร่วมกับ สสส. และเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค 6 ภูมิภาค ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ผ่านการจัดตั้งโรงเรียนต้นแบบศูนย์เรียนรู้การจัดการรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย จำนวน 20 โรงเรียน ใน 15 จังหวัด โดยมีกรอบพัฒนาชัดเจน 5 เกณฑ์ 9 องค์ประกอบ ครอบคลุมทั้งการจัดการข้อมูลรถและนักเรียน การกำหนดเส้นทางที่ปลอดภัย การรวมกลุ่มผู้ขับขี่เพื่อสร้างมาตรฐานร่วม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อลดความสูญเสียและผลักดันให้การดูแลความปลอดภัยของนักเรียนเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

