เช็กเลย ประกันสังคม เพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ ผู้ประกันตน ม.40 หลังปรับอัตราเงินสมทบ

8.01.26 | 11:12 น.

เช็กเลยมีอะไรบ้าง ประกันสังคม เพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ ผู้ประกันตน ม.40 เพิ่มเงินทดแทนกรณีหยุดรักษาตัว-พบแพทย์ OPD เพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ ระบุผู้รับบำเหน็จกรณีเสียชีวิตได้

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งปรับเพิ่มตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 และมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยมีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ดังนี้

  • กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

กรณีแพทย์ให้หยุดรักษาตัว (ไม่นอนโรงพยาบาล)
  • สิทธิประโยชน์เดิม : จะได้รับ 200 บาท/วัน กรณีแพทย์ให้หยุดรักษาตัว ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป
  • สิทธิประโยชน์ใหม่ : จะได้รับ 200 บาท/วัน กรณีแพทย์ให้หยุดรักษาตัว ตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป
  • ผู้ประกันตน ม.40 ทางเลือก 1, 2 – ไม่เกิน 30 วัน/ปี
  • ผู้ประกันตน ม.40 ทางเลือก 3 – ไม่เกิน 90 วัน/ปี
กรณีไปพบแพทย์ (ผู้ป่วยนอก)
  • สิทธิประโยชน์เดิม : จะได้รับ 50 บาท/ครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี (เฉพาะทางเลือก 1, 2)
  • สิทธิประโยชน์ใหม่ : จะได้รับ 200 บาท/ครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี (ทุกทางเลือก)
กรณีทุพพลภาพ

สิทธิประโยชน์เดิม

  • ทางเลือก 1, 2 ได้รับ 500-1,000 บาท/เดือน คุ้มครอง 15 ปี
  • ทางเลือก 3 ได้รับ 500-1,000 บาท/เดือน คุ้มครองตลอดชีวิต

สิทธิประโยชน์ใหม่

Advertisement
  • ทางเลือก 1, 2 ได้รับ 1,000-2,000 บาท/เดือน คุ้มครองตลอดชีวิต
  • ทางเลือก 3 ได้รับ 1,500-3,000 บาท/เดือน คุ้มครองตลอดชีวิต
กรณีสงเคราะห์บุตร

สิทธิประโยชน์เดิม

  • ได้รับ 200 บาท/คน/เดือน
  • คราวละไม่เกิน 2 คน
  • บุตรอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์

สิทธิประโยชน์ใหม่

  • ได้รับ 300 บาท/คน/เดือน
  • คราวละไม่เกิน 2 คน
  • บุตรอายุไม่เกิน 7 ปีบริบูรณ์
กรณีชราภาพ

สิทธิประโยชน์เดิม

เมื่อผู้ประกันตนตายก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ให้นำเงินบำเหน็จชราภาพ เฉลี่ยจ่ายแก่ทายาท ได้แก่ สามีภริยา บิดา มารดา บุตร หรือบุคคลซึ่งผู้ประกันตนได้ทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิฯ

สิทธิประโยชน์ใหม่

  • ผู้ประกันตนสามารถระบุผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ กรณีผู้ประกันตนตายก่อนอายุ 60 ปีบริบูรณ์
  • คาดได้ประโยชน์กว่า 5 แสนคน

น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้เพิ่มความคุ้มครองในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ การเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร การเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รวมถึงการปรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับใบรับรองแพทย์กรณีป่วยด้วยโรคโควิด-19 และการปรับปรุงบทบัญญัติกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ

โดยคาดว่าจะมีผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้รับสิทธิประโยชน์ในส่วนนี้จำนวน 505,056 คน คิดเป็นวงเงินรวม 743.39 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มสิทธิพิเศษด้านส่วนลด (Promotion) โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน และจัดให้มีตลาดมาตรา 40 บนแอพพลิเคชั่น SSO Plus เพื่อเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์สินค้าให้แก่เครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่ให้ผู้ประกันตน รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถเข้ามาเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ได้อย่างสะดวก และได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

พร้อมกันนี้ สำนักงานประกันสังคมยังได้อำนวยความสะดวกในการเบิกสิทธิประโยชน์ ด้วยการเชื่อมโยงระบบใบรับรองแพทย์ดิจิทัล “หมอพร้อม” บน Digital Health Platform ของกระทรวงสาธารณสุข เข้ากับระบบเบิกจ่ายประโยชน์ทดแทนมาตรา 40 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Self Service) ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยงระบบดังกล่าวจำนวน 188,100 คน

ทั้งนี้ จำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 มีจำนวน 11,031,609 คน แบ่งเป็น

  • ทางเลือกที่ 1 – 2,738,371 คน
  • ทางเลือกที่ 2 – 7,044,039 คน
  • ทางเลือกที่ 3 – 1,249,199 คน

ใครมีสิทธิสมัคร ม.40 ?

สำหรับการสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.40 ของสำนักงานประกันสังคม กำหนดคุณสมบัติและรูปแบบการส่งเงินสมทบ ดังนี้

คุณสมบัติของผู้สมัคร

1.1 มีสัญชาติไทย หรือ

1.2 เป็นชนกลุ่มน้อยซึ่งอพยพเข้ามาอาศัยในประเทศไทย โดยมีมติคณะรัฐมนตรีผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขประจำตัวหลักแรกเป็นเลข 6 หรือ เลข 7 หรือ

1.3 เป็นบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขประจำตัวหลักแรกเป็นเลข 0 ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแต่มีเลขประจำตัวหลักแรกและหลักที่สองเป็นเลข 0 (00)

1.4 ผู้สมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์

1.5 ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39

1.6 ไม่เป็นสมาชิกของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือไม่เป็นสมาชิกกองทุนของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีลักษณะอย่างเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญของส่วนราชการ รวมทั้งไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น

1.7 หากเป็นบุคคลซึ่งเป็นผู้พิการ ให้ระบุลักษณะหรืออาการของผู้พิการโดยละเอียด (ยกเว้น ผู้พิการทางสติปัญญาและผู้พิการที่ไม่อาจรับรู้สิทธิที่พึงจะได้รับจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ไม่สามารถสมัครและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้)

หมายเหตุ : ข้าราชการบำนาญสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้ เนื่องจากข้าราชการบำนาญพ้นจากการเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร กองทุนบำเหน็จบำนาญส่วนท้องถิ่น และไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่ภายใต้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

รูปแบบการจ่ายเงินสมทบ ม.40 แบ่งเป็น 3 รูปแบบ

ทางเลือกที่ 1

  • จ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน
  • สิทธิประโยชน์คุ้มครอง 3 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย

ทางเลือกที่ 2

  • จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน
  • สิทธิประโยชน์คุ้มครอง 4 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ

ทางเลือกที่ 3

  • จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน
  • สิทธิประโยชน์คุ้มครอง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ