ปลัดฯแรงงานหารือข้อราชการ ‘สหรัฐ’ ปมบริหารจัดการแรงงาน ‘เขมร-ผู้ลี้ภัยเมียนมา’
วันนี้ (14 มกราคม 2569) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ได้ให้การต้อนรับ น.ส.ดิน่า บราวน์โลว์ (Ms.Dena Brownlow) ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการเรื่องสถานการณ์แรงงานในประเทศไทย โดยมี นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน นายวิชิต อินทรเจริญ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่กระทรวงแรงงาน

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ประเทศไทยและสหรัฐ มีความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยกระทรวงแรงงาน ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนากำลังแรงงาน ส่งเสริมการมีงานทำ สร้างหลักประกันทางสังคม และคุ้มครองแรงงงาน รวมถึงป้องกันและแก้ปัญหาเกี่ยวกับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังคงพัฒนามาตรการกลไก และปรับปรุงกฎหมายให้แรงงานไทยและแรงงานต่างชาติได้รับสิทธิตามที่ควรจะได้รับ และเพื่อให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ตามแนวทางของงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน และมีสภาพการจ้างงานตามหลักสากล ซึ่งกระทรวงแรงงานพร้อมทำงานเพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานกัมพูชาที่สหรัฐเป็นห่วงในขณะนี้ว่า ในเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ภาคเอกชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการหาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายลง ส่วนผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจากการสู้รบตามแนวชายแดนนั้น ขณะนี้ ยังคงยึดถือแนวปฏิบัติเดิมที่ให้แรงงานสามารถออกมาทำงานได้ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันยังมีจำนวนไม่มากพอ ในเรื่องนี้กระทรวงแรงงานก็จะพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ได้แรงงานที่มีคุณภาพ
ปลัดกระทรวงแรงงาน ยังกล่าวถึงประเด็นสแกมเมอร์ ว่า เป็นปัญหาระดับโลก ไทยให้ความสำคัญและจริงจังในการปราบปราม คัดกรอง ช่วยเหลือแรงงานที่ถูกสแกมเมอร์หลอกลวง ซึ่งกระทรวงแรงงานขอบคุณทางสหรัฐที่ให้ความร่วมมือในการปราบปรามให้ศูนย์สแกมเมอร์ได้หมดไป
“ยืนยันว่ากระทรวงแรงงานจะพยายามดำเนินการเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อข้อเสนอของสหรัฐให้ได้มากที่สุด โดยคำนึงถึงกรอบกฎหมาย และการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสถานการณ์ภายในประเทศ ซึ่งกระทรวงแรงงานจะให้การดูแลแรงงานต่างด้าวทุกชาติอย่างเท่าเทียมกัน” พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ น.ส.ดิน่า ได้กล่าวขอบคุณกระทรวงแรงงาน ที่ให้การต้อนรับและหารือสถานการณ์แรงงานในประเทศไทย พร้อมชื่นชมกระทรวงแรงงานที่ได้จัดงาน Job Expo Thailand 2026 มหกรรมจัดหางานครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยผลักดันให้คนไทยมีงานทำอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังขอบคุณกระทรวงแรงงานที่สนับสนุนข้อมูลต่างๆ ในการจัดทำรายงานประจำปีของสหรัฐ หรือ TIP Report ด้วย


