เมื่อวันที่ 15 มกราคม นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากอุบัติเหตุเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอุบัติภัยที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่ผู้รอดชีวิตและครอบครัวของผู้ประสบเหตุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และประชาชนที่ได้รับชมข่าวสารซึ่งอาจเกิดความวิตกกังวลในวงกว้าง
นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงสาธารณสุขได้มีข้อสั่งการให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ซึ่งในส่วนของกรมสุขภาพจิต ได้มอบหมายให้ โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ และ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 9 บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลสีคิ้ว และโรงพยาบาลสูงเนิน ส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) หรือ MCATT ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงรุกภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ 1.การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid) หรือ PFA เร่งดูแลเยียวยาจิตใจผู้บาดเจ็บและญาติ ณ จุดเกิดเหตุและโรงพยาบาล เพื่อประคับประคองภาวะอารมณ์ในระยะวิกฤต
นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า 2.การคัดกรองและประเมินสุขภาพจิตเร่งด่วน เพื่อระบุกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะเครียดเฉียบพลัน (Acute Stress Disorder) หรือ ASD หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านสุขภาพจิต ร่วมกับโรงพยาบาลสีคิ้วและโรงพยาบาลสูงเนิน เพื่อเป็นจุดรับแจ้งข้อมูล ให้คำปรึกษา และติดตามรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังได้วางแผนการดูแลระยะยาว กำหนดแนวทางติดตามประเมินผลสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่องในระยะ 1 เดือน, 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับผลกระทบจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ตามศักยภาพต่อไป
นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสารเหตุการณ์ ขอให้ระมัดระวัง “ภาวะสะเทือนใจทางอ้อม” (Secondary Traumatization) โดยใช้หลักการดูแลใจในการติดตามข่าวอย่างเหมาะสม ดังนี้ 1.เลือกรับข่าวสารอย่างเหมาะสม ควรจำกัดเวลาในการรับชมข่าวสารไม่ให้ต่อเนื่องนานเกินไป และเลือกรับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความสับสนและป้องกันภาวะเครียดสะสม 2.หลีกเลี่ยงการตอกย้ำความรุนแรง หรือเนื้อหาที่แสดงความสูญเสียอย่างรุนแรง เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้เสียชีวิตและครอบครัว รวมถึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาพจำที่สร้างความสะเทือนใจซ้ำๆ ต่อตนเองและผู้อื่น
นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า 3.สังเกตสัญญาณเตือนทางอารมณ์ หากเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ผวา วิตกกังวล หรือรู้สึกหดหู่ใจอย่างรุนแรงจากการรับข่าวสาร ควรหยุดพักการใช้สื่อทันทีและหากิจกรรมผ่อนคลายเพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน และ 4.สร้างพลังบวกในสังคมออนไลน์ เปลี่ยนจากการวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ เป็นการส่งต่อกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการเยียวยาในสังคมได้ดียิ่งขึ้น หากท่านหรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการนอนไม่หลับ ผวา ตกใจง่าย หรือมีความเครียดสะสมจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามความรู้ในการดูแลจิตใจได้ทางเว็บไซต์ www.สุขภาพจิต.com เพื่อการดูแลสุขภาพจิตที่ถูกต้องและทันท่วงที

