สภาผู้บริโภคจี้เยียวยา ‘เครนถล่ม’ ต้องจ่าย 8 ล. เรียกร้องเพิ่มเงินประกันผู้รับเหมา

20.01.26 | 14:48 น.

สภาผู้บริโภคจี้เยียวยา ‘เครนถล่ม’ ต้องจ่าย 8 ล. เรียกร้องเพิ่มเงินประกันผู้รับเหมา

กรณีเกิดเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และเครนถล่มที่บริเวณถนนพระราม 2 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย ซึ่งล่าสุดมีการจ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้น กรณีที่ อ.สีคิ้ว 1,690,000 บาทต่อราย ขณะที่กรณีพระราม 2 เบื้องต้น 150,000 บาทต่อราย นั้น

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคได้เสนอหลักเกณฑ์การชดเชยเยียวยาผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุและสาธารณภัย โดยเห็นว่า การจ่ายเงินเยียวยาในอัตราหลักล้านบาทยังไม่เพียงพอ และไม่สะท้อนความสูญเสียต่อชีวิตมนุษย์ พร้อมเสนอให้กำหนดเงินชดเชยขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาทต่อราย อ้างอิงจากหลักการคำนวณรายได้ตลอดช่วงชีวิตแรงงานของผู้เสียชีวิต

นายอดิศักดิ์กล่าวว่า ตัวเลข 8 ล้านบาท มาจากฐานการคำนวณของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่เสนอให้จ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากกรณีสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งคิดจากข้อมูลรายได้เฉลี่ยต่อหัว ณ เดือนพฤษภาคม 2568 โดยประเมินว่าผู้เสียชีวิตมีอายุเฉลี่ยประมาณ 30 ปี และมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 22,417 บาท หรือราว 269,000 บาทต่อปี เมื่อคำนวณรายได้ที่ควรจะได้รับตลอดช่วงอายุแรงงานอีกประมาณ 30 ปี ตัวเลข 8 ล้านบาท จึงสะท้อนมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ จากข่าวที่มีการทยอยจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้บริโภคนั้น ยังเป็นจำนวนที่ไม่เพียงพอและไม่สะท้อนคุณค่าของชีวิตที่สูญเสียไป

“คนเสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมคือหนึ่งชีวิตที่ไม่ควรสูญเสีย แต่ภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวยังเดินต่อไป ทั้งหนี้บ้าน หนี้รถ ภาระความรับผิดชอบที่ผู้เสียชีวิตต้องดูแลครอบครัว หลายคนเป็นเสาหลักของบ้าน เป็นที่พึ่งหลักของครอบครัว การเยียวยาจึงต้องคำนึงถึงรายได้ที่ครอบครัวสูญเสียไปตลอดชีวิต” นายอดิศักดิ์กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ นายอดิศักดิ์ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 โดยเร่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หากรมธรรม์ประกันภัยของสัญญาการก่อสร้างดังกล่าว โดยเห็นว่าหน่วยงานรัฐควรเร่งตรวจสอบสัญญาจ้างและกรมธรรม์ประกันภัยของโครงการโดยด่วน เพื่อกำหนดกรอบการชดเชยที่ชัดเจนและเป็นธรรมต่อผู้เสียหายทุกรายที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้

นายอดิศักดิ์กล่าวว่า เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยสัญญาการก่อสร้าง ความรับผิดชอบของผู้รับเหมา สถิติอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การเสียชีวิต และการชดเชยเยียวยาทั้งหมดที่ผ่านมาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างของรัฐ เพื่อให้สังคมเห็นภาพรวมของปัญหา และใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัย รวมถึงการกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความรับผิดชอบของบริษัทผู้รับเหมา ซึ่งในประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง แบบสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 11 ระบุชัดเจนว่า ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ ความเสียหาย หรืออันตรายใดๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติงาน รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับจ้างด้วย

“กลไกสำคัญที่จะทำให้การเยียวยาเป็นธรรมและรวดเร็ว คือ การกำหนดวงเงินประกันภัยของผู้รับเหมาให้เพียงพอและสอดคล้องกับความเสี่ยงจริง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการกำหนดอย่างชัดเจน ส่งผลให้การชดเชยล่าช้าและไม่ครอบคลุมความเสียหาย” นายอดิศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ นายอดิศักดิ์กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้ทำหนังสือไปถึงโรงพยาบาลและสถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากทั้ง 2 เหตุการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สภาผู้บริโภคสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แนะนำสิทธิ เจรจาไกล่เกลี่ย และการดำเนินการด้านคดีต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคและครอบครัวได้รับการชดเชยเยียวยาอย่างเป็นธรรมและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียหายบางส่วนติดต่อกลับมาแล้ว

“สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเยียวยา และต้องการดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม สามารถติดต่อมายังสภาผู้บริโภคได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 1502 หรือร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของสภาผู้บริโภค https://complaint.tcc.or.th/ เพื่อที่สภาผู้บริโภคจะให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในคดีต่อไป” นายอดิศักดิ์กล่าว